ชาวบ้านโวยรถดับเพลิงไม่พร้อม ทำไฟไหม้ตลาดวอด 60 คูหา

จวกยับ! จนท.ไม่เตรียมพร้อม ไฟไหม้ลุกลามตลาดเทศบาล มีร้านค้าและบ้านเรือนประมาณ 60 คูหา วอดวายต่อหน้าต่อตา

หลังจากเมื่อคืนเวลา 22.00 น.วันที่ 16 เม.ย.67 ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณตลาดสดเทศบาลรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์โดยไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เพราะจุดเกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ปลูกติดกันเป็นห้องแถวหลายคูหา ยาวหลายสิบห้อง ไปจนถึงหน้าตลาด ที่มีทั้งร้านขายยา ร้านทอง และร้านขายของเบ็ดเตล็ด เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามข้ามไปอีกฝั่ง แต่ไม่สำเร็จ ไฟลุกไหม้ข้ามฝั่งถนนไปยังอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ที่อยู่ตรงข้าม 8 คูหา ผ่านไป 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยเพลิงไหม้อาคารวอดไปแล้วกว่า 60 คูหา เนื่องจากเป็นย่านธุรกิจใจกลางอำเภอ ซึ่งสาเหตุค่าเสียหายคาดว่าน่าจะประมาณ 100 ล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
แต่ประเด็นที่ชาวบ้านติดใจก็คือ เรื่องรถดับเพลิงที่มีน้ำไม่พียงพอ เกิดความผิดพลาดกับมาตรการการดับไฟหรือไม่อย่างไร ถึงได้ล่าช้า เจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหาย ทำได้เพียงยืนมองดูไฟที่กำลังจะลุกไหม้บ้านของเขา แต่ทำอะไรไม่ได้เนื่องจากไม่มีน้ำ และไฟก็เริ่มลุกไหม้โหมอย่างหนัก ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบหายหลายคน ต่างถกเถียงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ต่างๆนาอย่างที่เป็นข่าว

ล่าสุดวันนี้ (18 เม.ย.67) ผู้สื่อข่าวลงพื้นจุดเกิดเหตุ พบข้าวของเครื่องใช้หลายอย่าง ที่ถูกเพลิงไหม้เสียหายเหลือเพียงเศษซากขี้เถ้า ไว้ให้ดูต่างหน้า และพบว่าได้มีหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ โดยเฉพาะองค์วิชาชีพสื่อมวลชน และองค์กรสาธารณะกุศล สมาคมอัสดินทร์ สมาคมสุรินทร์นิวส์ และสายบุญสุรินทร์ทีวี ได้นำน้ำดื่มจำนวน 300 แพ๊ค และกาแฟสดกว่า 200 แก้ว มาบริจาค นอกจากนี้ยังมี พระครูกิตติธีราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดสีโค ได้นำถุงปันสุข และข้าวสาร หลายกระสอบ มาแจกให้ผู้ประสบอัคคีภัยแบบถึงมือ สร้างความตืนตันใจ จนชาวบ้านบางรายน้ำตาไหล ด้วยความซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ที่มาช่วยเหลือยามยาก
นาย ตวงอัฐิ บุตรวิชา นายอำเภอรัตนบุรี กล่าวว่า หลังจากเกิดเพลิงไหม้ได้มีพี่น้องประชาชนแจ้งข่าวสารมาที่เจ้าหน้าที่ และได้ระดมทีมชุดดับเพลิงจากหลายฝ่ายทั่งในพื้นที่และต่างพื้นที่ช่วยดับเพลิงในครั้งนี้ด้วยความยากลำบาก ใช้เวลา 5 ชั่วโมง ถึงเวลา ตี 3 ครึ่ง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ความเสียหายเบื้องต้นมีร้านค้าและบ้านเรือนประมาณ 60 คูหา ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอย่างแน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ล่าสุดหน่วยงานได้เร่งช่วยเหลือและพี่น้องประชาชนที่มีน้ำใจได้มาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
เจ้าของร้านทอง ตั้ง เม็ง เซ็ง เล่าว่า ตอนเกิดเหตุไฟไหม้เร็วมาก แต่การช่วยเหลือล่าช้า อยากฝากถึงหน่วยงานให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ นี้ถือว่าเป็นบทเรียน รถดับเพลิงรวมถึงเจ้าหน้าที่ต้องเตรียมความพร้อม เพราะอำเภอรัตนบุรีเป็นอำเภอที่ใหญ่ แต่การเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ อยากให้เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นบทเรียนกับเจ้าหน้าที่ และถ้าเจ้าหน้าที่มีความพร้อมจะต้องระงับไฟได้แต่นี่ถือว่าปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง
ด้านนายวิชัย พูลศรีธนากูร ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุรถเทศบาลกว่าจะมาถึงที่เกิดเหตุใช้เวลาเท่าไหร่ รถที่ใช้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ รถอีกคันหนึ่งก็เสีย รถกระเช้าก็เสีย มันทำอะไร และอยากจะบอกว่าอุปกรณ์ที่ใช้ดับไฟพร้อมใช้งานไหม การเตรียมความพร้อมมันพร้อมแบบไหน พร้อมแบบรถเสีย น้ำก็ไม่พร้อมกว่าจะไปเอาน้ำมาได้ก็นาน ต้องให้เจ้าหน้าที่มาแก้ไขจุดนี้ก่อนถึงจะคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป




