วัดผวาหนักสั่งล็อกศาลาแน่นหนา หลังถูกโจรมุดโลงเย็น ขโมยเงินมัดตราสัง 5 ศพ

วัดผวาหนักสั่งล็อกศาลาแน่นหนา หลังถูกโจรมุดโลงเย็น ขโมยเงินมัดตราสัง 5 ศพ
วันที่ 19 มิ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีเสียงชาวบ้านร่ำลือหนาหู ถึงเหตุการณ์ที่มีโจรหัวโล้น เข้าไปขโมยเงินศพ ภายในศาลาสวดอภิธรรม วัดเทพประสาท(เตาถ่าน) ม.3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยได้พบกับนายนรินทร์ คมขำนัก อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่ดูแลเมรุ และดูแลพิธีการในงานสวดอภิธรรมภายในวัด สอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ยอมรับว่า กระแสข่าวในเรื่องโจรขโมยเงินมัดตราสังในโลงศพนั้น เกิดขึ้นกับทางวัดจริง โดยเริ่มมีเหตุการณ์ดังกล่าว มาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายน จนถึงตอนนี้มีศพถูกขโมยเงินแล้วถึง 5 ราย
โดยพฤติกรรมของคนร้าย จะอาศัยเข้ามาในช่วงกลางดึกปลอดผู้คน เดิมทีประตูเหล็กม้วนไม่ได้มีการล็อกแม่กุญแจ สามารถเปิดเข้ามาได้ คนร้ายได้เปิดสลักกลอนตู้โลงเย็น ซึ่งภายในจะบรรจุศพ ในลักษณะท่านอนหงายมัดตราสัง ศีรษะจะหันเข้าสู่ด้านใน คนร้ายต้องปีนเข้าไปในตู้โลงเย็น อยู่ในท่าลักษณะคร่อมศพ ก่อนจะทำการฉกซองเงิน ซึ่งภายในมีทั้งเหรียญและธนบัตร ผูกมัดไว้กับตราสัง รวมถึงเงินที่ใส่ปากคนตาย และโยนไว้ในโลง ที่ทางญาติให้ไว้ ตามความเชื่อว่า เพื่อให้วิญญาณของผู้ล่วงลับ ติดตัวไว้เป็นค่าเดินทางไปสู่โลกหน้า หรือเป็นค่าจ้างสำหรับเรือพาดวงวิญญาณข้ามแม่น้ำไป สู่โลกของวิญญาณ

นายนรินทร์ เปิดเผยอีกว่า ผู้ต้องสงสัยที่ลงมือก่อเหตุรายนี้ เป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ลักษณะหัวโล้นเหมือนทิดสึกใหม่ รูปร่างสันทัด ชอบรับจ้างบวชหน้าไฟตามงานศพตามวัดต่างๆ ในพื้นที่ อ.สัตหีบ เพื่อหาเงินไปดื่มสุรา โดยทางวัดได้เคยพบว่า กำลังออกจากศาลาสวดศพอภิธรรม 2 ช่วงเช้าก่อนฟ้าสาง เมื่อสอบถามก็แสดงท่าทีมีพิรุธ อ้างว่า มาหากระเป๋าที่หายไป ก่อนจะรีบปีนกำแพงวัดหลบหนีไป โดยมีวินจักรยานยนต์รับจ้างรอรับอยู่ริมถนน และไม่หวนกลับเข้ามาปรากฏตัวในวัด เหมือนเช่นเคยอีกเลย
ส่วนที่ทราบว่า เงินศพได้หายไป เนื่องจาก ก่อนฌาปนกิจ สัปเหร่อจะเปิดโลงเย็นนำศพออกมาทำพิธี ก็พบว่า เงินรอบตัว ในปาก และซองขาว ที่ถูกมัดไว้กับตราสังได้หายไปจนเกลี้ยง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สร้างความสลดหดหู่ใจให้กับทางญาติอย่างมาก

หลังจากเกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทางวัดได้ดำเนินการหาวิธีล็อกโลงเย็น และศาลาสวดพระอภิธรรมอย่างมิดชิด ไม่ให้มีผู้ใดเข้าไปได้ในช่วงหลังพิธีการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นอีก พร้อมประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยดำเนินการติดตามตัวคนร้ายรายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





