"บิ๊กต่อ" เกาะติดล่ามือยิง 'สารวัตรศิวกร' ย้ำไม่มีอิทธิพลไหนมาช่วยคนร้ายได้

"บิ๊กต่อ" เกาะติดล่ามือยิง 'สารวัตรศิวกร' ย้ำไม่มีอิทธิพลไหนมาช่วยคนร้ายได้
คดีสะเทือนวงการสีกากีช่วงปรับโยกย้าย หลังจากที่ พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ถูกคนร้ายยิงใส่ 5 นัด อาการบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลนครปฐม ในเวลาต่อมา ขณะที่ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล. ถูกลูกหลงคมกระสุนเข้าที่แขนซ้าย 1 นัดได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา
โดยเป็นคดีที่คนร้ายก่อเหตุอุกอาจกลางเมืองในงานเลี้ยงของนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ 'กำนันนก' กำนันตำบลตาก้อง จ.นครปฐม อายุ 34 ปี ส่วนมือยิงคือ นายธนัญชัย หมั่นมาก อายุ 45 ปี ชาว จ.ราชบุรี
โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ต.จักรกฤษ เครือสุนทรวานิช ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามคดีด้วยตัวเอง โดยสั่งการให้ พ.ต.อ.ภูภณ ทัพเจริญ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม และทีมคลี่คลายคดีเชิญบุคคลใกล้ชิดและนางสาววนิดา(นามสมมติ) ภรรยาของนายธนัญชัย มือยิงมาทำการสอบปากคำเพื่อหาเบาะแสการหลบหนี และแหล่งกบดาน ซึ่งต้องมีการเตรียมการเข้มงวดเนื่องจากมีอาวุธปืนติดตัวรวมถึงใช้ปืนเป็น และกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของชุดไล่ล่าให้รัดกุม
ขณะที่ห้องรับศพโรงพยาบาลนครปฐม พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล (บิ๊กต่อ) รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางเข้าพบครอบครัวของ พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ซึ่งมีบิดา มารดา พี่สาว ภรรยาและบุตรสาววัย 6 ขวบ และญาติรวมถึงเพื่อนข้าราชการตำรว จและผู้ใต้บังคับบัญชามารอรับศพอยู่ด้วยบรรยากาศโศกเศร้า ซึ่งเมื่อมารดาของพ.ต.ต.ศิวกร ได้พบกับบิ๊กต่อ ได้ตรงเข้าสวมก่อนและร้องไห้ก่อนจะบอกกับ "บิ๊กต่อ" ว่า ลูกชายเพิ่งจะได้รับกระบี่ไม่นาน
ซึ่ง "บิ๊กต่อ" ได้ให้กำลังใจว่าจะดำเนินคดีให้เต็มที่ และให้ความมั่นใจว่า ไม่ต้องเกรงกลัวเรื่องอิทธิพล และ เข้าพบภรรยาและบุตรสาววัย 6 ขวบโดยได้จับไหล่และบอกว่า
คุณพ่อไปทำงานนะคะ ถ้าใครถามให้บอกว่า คุณพ่อไปทำงานนะ
ก่อนที่ นพ.สุรชัย โชคครรชิตไชย ผอ.รพ.นครปฐม จะเข้าให้กำลังใจและบอกว่าทีมแพทย์พยาบาลได้ทำหน้าที่สุดกำลังความสามารถ และได้ชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิตให้ทราบ
ขณะที่ทางบิดาและมารดา บอกว่า ตนเองพักอยู่ที่กรุงเทพ และไม่ทราบมาก่อนว่าจะเกิดเหตุดังกล่าว ขณะที่ไม่เคยทราบเรื่องการทำงานของบุตรชายว่าจะมีปัญหาอะไรและพฤติกรรมของสารวัตรศิวกร เป็นคนดีตามที่สื่อได้ลงเอาไว้ตามข่าว ส่วนพี่สาวบอกว่าเรื่องนี้เกิดเร็วเกินไปและน้องชายไม่เคยบอกว่าเขามีปัญหาอะไรกับงานที่ทำงาน และน้องชายเป็นคนตรงไปตรงมาเขาไม่ชอบเรื่องการวิ่งเต้นอยู่แล้ว
อยากให้กรณีน้องชายเป็นบรรทัดฐานในการทำงานต่อไป และเราคิดว่าทุกชิวิตจะต้องจบลงแต่ไม่คิดว่าจะเร็วแบบนี้
จากนั้นทางบิดาของ พ.ต.ต.ศิวกร ได้จุดธูปวิญญาณและเชิญร่างของบุตรชายขึ้นรถตู้เพื่อนำไปส่งยังวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ซึ่งทุกคนในครอบครัว ต่างร้องไห้ปานน้ำตาเป็นสายเลือดทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้าและเคลื่อนตัวออกโดยมีขบวนรถตำรวจทางหลวงนำทาง

พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล "บิ๊กต่อ" รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า
สำหรับคดีนี้ถือว่า อุกอาจมากเพราะเป็นการยิงที่โหดเหี้ยม น้อง(สารวัตรศิวกร) เสียชีวิต เพราะเสียเลือดมาก จากการโดนยิง 5 นัด เข้าที่ลำตัว และกระสุนที่ทำให้เสียชีวิต คือ กระสุนนัดที่เข้าข้างลำตัวเข้าไปที่ตับ ทำให้เสียเลือดมาก
ซึ่งคดีนี้ขอให้ชัดเจนว่าจะไม่ต้องกลัวคำว่ามีอิทธิพลมากดดัน ตอนนี้เราได้กดดันติดตามตัวคนร้ายอย่างใกล้ชิด แต่ว่าจะได้ตัวหรืออยู่ที่ไหนขอไม่บอก แต่แน่ชัดว่าประเด็นคือการขัดแย้งกันในเรื่องการขอการวิ่งเต้น ซึ่งผู้ตายเป็นคนตรงทำให้เกิดความไม่พอใจ
โดยแนวทางของการสืบสวน การขัดแย้งจะมีไม่มาก โดยหลักๆจะมีเป็นเรื่อง ทรัพย์ เซ็กซ์ ศักดิ์ศรี สติแตก ซึ่งเรื่องนี้เป็น เรื่องของส่วนตัวเป็นศักดิ์ศรีชัดเจน ซึ่งภายในงานสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ไปด้วยในงานก็ไม่มีใครพกปืนไปเลยจึงไม่ได้มีการยิงต่อสู้กัน ซึ่งคนร้ายก็ได้หลบหนีไป
รองผู้บัญชาการตำรวจ เผยต่อว่า สำหรับการไล่ล่าก็ได้แจ้งกับทาง ผู้บัญชาการสอบสวนกลางแล้วว่า หากการสอบสวนไปได้ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ชุดคอมมานโดลงมา ซึ่งการติดตามตัว และสืบสวนก็จะอยู่ในส่วนของตำรวจภูธรภาค 7 และ ขอฝากไปยังสื่อมวลชนและสื่อโซเชียล ขอให้อย่ากดดันเรื่องการวิสามัญ เพราะมีกฎหมายควบคุมอยู่ซึ่งการทำงาน จะต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายด้วยซึ่งการวิสามัญหากเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติก็ต้องไปขึ้นให้การบนชั้นศาลด้วย




