รวบพ่อค้ายาบ้ายึดของกลาง 6,000 เม็ด เพิ่งออกจากคุกเพียง 7 วัน

รวบพ่อค้ายาบ้ายึดของกลาง 6,000 เม็ด เผยเพิ่งพ้นโทษคดีค้ายาเสพติดออกจากคุกมาได้เพียง 7 วัน
ที่ จ.สิงหบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (20 พ.ค.67) ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.สิงห์บุรี , ชุดสืบสวน สภ.เมืองสิงห์บุรี และฝ่ายปกครอง ได้สืบทราบว่า จะมีพ่อค้ายาบ้ามาส่งยาให้ลูกค้าบริเวณภายในวัดโพธิ์แก้วนพคุณ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี จึงวางแผนพร้อมนำกำลังมาซุ่มดูและวางกำลังล้อมรอบที่พื้นที่ กระทั่งเวลา 20:30 น. ได้พบนายกล้า (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี มีที่พักอยู่ที่ ถ.ริมทางรถไฟสายปากน้ำ คลองตัน กทม. โดยสารมากับรถแท็กซี่ สีเขียว-เหลือง ป้ายทะเบียน กทม. ซึ่งมี นายหยัด (สงวนนาสกุล) เป็นคนขับ
จากนั้น นายกล้าได้ลงมาจากรถแท็กซี่ โดยถือถุงหูหิ้วพร้อมด้วยหมวกกันน๊อก เดินมาที่ศาลาตรงมุมมืดภายในวัด เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงได้ออกมาจากจุดซุ่ม แสดงตัวเข้าจับกุมและขอค้นตัวนายกล้าและตรวจสอบถุงหูหิ้วถือมา พบยาบ้า จำนวน 3 มัด รวม 6,000 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ จึงนำตัว นายกล้า และ นายหยัด คนขับรถ มาสอบสวนที่กองกำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี
จากการสอบสวน นายกล้า ให้การรับสารภาพว่า เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำมาได้ 7 วันในข้อหาค้ายาเสพติด และได้กลับมาพักอาศัยที่แฟลตการเคหะร่มเกล้า และเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ได้มีนายแจ๊ค ร่มเกล้า ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งรู้จักกันจากในเรือนจำมาหาตนที่แฟลต พร้อมกับนำยาบ้ามาขายให้ตน
ตนไม่มีเงิน จึงคิดทำอาชีพเดิม(ขายยาบ้า) โดยติดต่อหาลูกค้าที่อยู่ จ.สิงห์บุรี นายแจ๊ค คิดราคายาบ้ามัดละ 15,000 บาท (เม็ดละ 7.50 บาท) และตนนัดกับลูกค้าตกลงกันไว้ในราคามัดละ 16,000 บาท จำนวน 3 มัด
หลังจากได้ยาบ้าแล้วได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาจอดไว้ที่ปากทางเข้าการเคหะฯ ก่อนจะโบกรถแท็กซี่ตกลงว่าจ้างให้มาส่งที่ จ.สิงห์บุรี แต่รถแท็กซี่คันนั้นได้ปฏิเสธ และได้มาส่งนายกล้า ที่ปั๊มเติมแก๊สบนถนนร่มเกล้า ก่อนเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นจึงมาโบกรถแท็กซี่อีกซึ่งมีนายหยัด เป็นคนขับ โดยตนจ่ายราคาเหมาให้มาส่งในพื้นที่ โดยบอกว่าจะไปหาญาติ เมื่อมาถึงยังไม่ทันได้พบลูกค้า ก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน

ด้านนายหยัด คนขับรถแท็กซี่ กล่าวว่า เมื่อมาถึงจุดที่นายกล้าบอก ตนจึงจอดรถรอ สักพักก็มีคนกลุ่มใหญ่กรูเข้ามาจับนายกล้า และเปิดประตูรถและสอบถามตน จึงรู้ว่าเป็นตำรวจ และเพิ่งรู้ว่านายกล้า ที่บอกว่าจะมาหาญาติ ที่แท้จ้างรถตนมาส่งยาบ้า โดยยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของนายกล้า
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายกล้า ตรวจปัสสาวะและผลการตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ จึงควบคุมตัวพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) เพื่อการค้า ในลักษณะการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย นำตัวพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสิงห์บุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




