แม่เลี้ยงเดี่ยวร่ำไห้ แจ้งความร้องทุกข์ ลูกชาย ป.2 โดนเพื่อนร่วมชั้นใช้ดินสอแทงกระจกตาขวาทะลุหวิดตาบอด

แม่เลี้ยงเดี่ยวร่ำไห้ แจ้งความร้องทุกข์ ลูกชาย ป.2 โดนเพื่อนร่วมชั้นใช้ดินสอแทงกระจกตาขวาทะลุหวิดตาบอด

แม่เลี้ยงเดี่ยวร่ำไห้ แจ้งความร้องทุกข์ ลูกชาย ป.2 โดนเพื่อนร่วมชั้นใช้ดินสอแทงกระจกตาขวาทะลุหวิดตาบอด แพทย์ระบุคงไม่กลับมาปกติ แม่เชื่อปมเหตุเกิดจากที่ลูกชายเห็นเพื่อนที่ก่อเหตุพกบุหรี่ไฟฟ้า

(5 ม.ค. 67) นางนิชนันท์ อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่ประกันคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตตรัง แม่ของ ด.ช.กัณ (นามสมมุติ) อายุ 7 ขวบ ผู้บาดเจ็บขณะนี้กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนเอกชนชื่อดัง จ.ตรัง เดินทางมายัง สภ.เมืองตรัง มาพร้อมนายบุญมา สมิทธิ หรือทนายอ้อม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.สานิตย์ พลเพชร ผกก.สภ.เมืองตรัง กรณี ด.ช.กัณ ลูกชายโดนเพื่อนร่วมชั้นเรียนทำร้ายโดยใช้ดินสอแทงได้รับบาดเจ็บกระจกตาขวาทะลุในห้องเรียน ขณะกำลังเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 22 ธ.ค.66 ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้การชี้แจงจากทางโรงเรียนและผู้ปกครองคู่กรณีแต่อย่างใด วันนี้จึงตัดสินใจเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์

นางนิชนันท์ แม่ ด.ช.ผู้เสียหาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุครูประจำชั้น โทรมาแจ้งว่าลุกชายโดนเพื่อนร่วมห้องเอาดินสอแทงตาขณะกำลังเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ จากนั้นตนและน้าจึงรีบไปรับลูกชายเมื่อไปถึงเห็นสภาพลูกชายเดินลงบันโดยไม่มีครูคนไหนมส่งน้องหรืออธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ตนจึงรีบไปคว้าแขนลูกชายรีบพาไป รพ.ธนบุรี ตรัง ทันที แพทย์ระบุว่าตาน้องทะลุต้องรีบผ่าตัดเพื่อเย็บรูรั่วแนะนำต้องให้แพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง จึงตัดสินใจขับรถส่วนตัวรีบพาลูกชายไปยัง รพ.กรุงเทพหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้เจอหมอตาเมื่อเปิดบาดแผลพบว่ามีเศษปลายดินสอที่แทงหักค้างอยู่ในดวงตา จึงแนะนำให้พาไปพบแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางส่งต่อไปยัง รพ.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) สงขลา เป็นการด่วนเพราะน้ำในตาน้องเริ่มแห้งแล้ว ต่อมาช่วงเวลาเที่ยวคืนเศษ วันเดียวกันมาถึง รพ.สงขลานครินทร์ฯ แพทย์ได้ทดสอบการมองเห็นปรากฎว่าลูกชายมองไม่เห็นเป็นภาพเบลอไปหมด แพทย์จึงได้ทำการผ่าตัดกระจกตาขวาอย่างเร่งด่วน ใช้เวลานานกว่า 3 ชม.เป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายมากสำหรับตน ด้วยเราที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ต้องแบกรับสภาพบีบหัวใจไว้เพียงคนเดียว ซึ่งพ่อของน้องรับราชการตำรวจประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ขณะที่น้องคลอดออกมาได้เพียงแค่ 26 วัน

นางนิชนันท์ กล่าวทั้งน้ำตาอาบแก้มว่า ขณะที่ตนเฝ้าดูแลลูกชายช่วงพักฟื้นที่ รพ.พยายามแจ้งประสานให้ทางโรงเรียนและผู้ปกครองฝ่ายคู่กรณีทราบมาตลอดว่าลูกชายต้องผ่าตัดกระจกตาทะลุและถ้ามีอาการแทรกซ้อน แผลติดเชื้อมีโอกาสเสี่ยงตาบอดแต่ทางโรงเรียนตอบกลับมาว่ามีเงินประกันอุบัติเหตุเบื้องต้นแค่ 8,000 บาทเท่านั้น โดยเรื่องในส่วนของผู้ปกครองคู่กรณีไปเจรจาทำข้อตกลงกันเอง ตนรู้สึกเสมือนโดนทอดทิ้ง ไม่ได้รับความยุติธรรม ทั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้นมีผลต่ออนาคตของเด็กผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งที่ต้องมืดมัวและอาจจะกลายเป็นเด็กถือบัตรคนพิการตั้งแต่อายุ 7 ขวบไปจนตลอดชีวิต โชคดีที่ตอนนี้ลูกชายเริ่มมองเห็นแล้วแต่ยังอยู่ในระยะเฝ้าระวังอาการติดเชื้อ และยังมีอาการปวดตา มีอาการตกใจกลัว หวาดผวา ไม่กล้าไปโรงเรียนจึงต้องพาน้องไปพบแพทย์จิตเวชเด็ก 

ต่อมาหลังจากตนรู้สึกโดดเดี่ยวได้ตัดสินใจมาปรึกษากับ นายบุญมา สมิทธิ หรือทนายอ้อม ซึ่งเป็นพี่ที่เคารพนับถือกันเพื่อปรึกษาหารือกันจึงทำหนังสือแจ้งไปยัง ผู้รับใบอนุญาตก่อตั้งฯ ผจก.โรงเรียนฯ และ ผอ.โรงเรียน รวม 3 ฉบับ แต่จนถึงตอนนี้ทางโรงเรียนและผู้ปกครองฝ่ายคู่กรณียังเพิกเฉย ไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือช่วยเหลือเยียวยาใดๆ วันนี้จึงตัดสินใจนำเอกสารและหลักฐานเพื่อเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และทางโรงเรียนเพื่อเรียกร้องขอความยุติธรรม เพราะเหตุการณ์นี้มันรุนแรงเกินไปลูกชายโดนทำร้ายมันไม่ใช่อุบัติเหตุหรือเหตุสุดวิสัยตามที่ครูกล่าวอ้าง 

ต่อมาเวลา 15.30 น.ทาง ผกก.สภ.เมืองตรัง ได้เชิญทางผู้บริหารโรงเรียนฯ แม่เด็กชายผู้เสียหาย ทนายความ มาพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้เนื่องจากทางผู้ปกครองของคู่กรณียังไม่ได้มา และทางโรงเรียนจะกลับไปสอบถามข้อเท็จจริงกับทางครูประจำชั้นอีกที

ด้าน นายบุญมา สมิทธิ หรือทนายอ้อม กล่าวว่า ผู้เสียหายประสานมาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากที่เกิดเหตุดังกล่าว เมื่อสอบถามเชิงลึกก็พบว่าลูกของเขาถูกทำร้ายมาตลอดในห้องเรียน และเหตุการณ์ล่าสุดทราบว่าเด็กที่ทำร้ายพกบุหรี่ไฟฟ้ามาโรงเรียน ลูกชายซึ่งเป็นเพื่อนไปพบเห็น และได้ไปบอกคุณครู ซึ่งก็คิดว่ามูลเหตุที่มีการแทงลูกตาดำครั้งนี้มาจากที่ไปพบเจอและบอกคุณครู จึงน่าจะจงใจแทงเข้าที่ดวงตาที่ไปพบเห็น และเป็นความจงใจไม่ใช้อุบัติเหตุ และในวันเกิดเหตุไม่มีคุณครูส่งเด็กที่บาดเจ็บ หรือเรียกรถโรงพยาบาลมารับ ปล่อยให้เด็กเดินมาคนเดียว จึงอยากให้ทางโรงเรียน แสดงจุดยืนในความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งวันนี้เกรงว่าจะไม่ได้ความเป็นธรรมในอนาคต จึงเรียกร้องผ่านสื่อให้ทางผู้ที่รับผิดชอบดูแลกิจการโรงเรียนเอกชนดังกล่าว ขอให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน ซึ่งเรื่องนี้ตามหลักกฎหมายแล้ว มาตรา 430 ระบุไว้ชัดเจนว่า ในส่วนของครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือบุคคลอื่น ซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถ จำต้องรับผิดร่วมกันกับผู้ไร้ความสามารถ ในการละเมิดที่เขาได้กระทำลง และมาตรา 429 ในเรื่องการรับผิดของผู้ปกครองเด็ก แต่จริงๆทางเราไม่ได้มีเจตนาที่จะดำเนินคดีอะไรกับเด็ก แต่ที่มาในวันนี้เพียงอยากได้คุณธรรม จริยธรรมจากทางโรงเรียน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แม่เลี้ยงเดี่ยวร่ำไห้ แจ้งความร้องทุกข์ ลูกชาย ป.2 โดนเพื่อนร่วมชั้นใช้ดินสอแทงกระจกตาขวาทะลุหวิดตาบอด | Workpoint News