โจรแสบขโมยเสาไฟโซลาร์เซลส์ ตั้งไว้ 90 ต้น ล้มแล้ว 68

อึ้ง โจรเมืองคอนตระเวนล้มเสาไฟโซลาร์เซลส์เพื่อขโมยอุปกรณ์ ถนนสายหนึ่งทั้งเส้นมีเสา 90 ต้น ถูกล้มไปแล้ว 68 ต้น แฉวิธีการสุดง่ายใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ปลดน็อตถีบล้ม ชาวบ้านสุดทนจี้ ปปช.ภาค 8 เร่งคดีสอบทุจริตหลังค้างนับปีไม่คืบ
(19 เม.ย. 67) ที่นครศรีธรรมราช เสาไฟฟ้าส่องสว่างชนิดใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งถูกติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2561 โดยมีมูลค่าต้นละกว่า 6 หมื่นบาท ในหลายเส้นทางของจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในสภาพไม่สามารถใช้การได้ชำรุดไปเกือบ 100 เปอร์เซ็น กำลังกลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับมิจฉาชีพมีการตระเวนก่อเหตุโจรกรรมอย่างต่อเนื่อง แม้เป็นทรัพย์สินของทางราชการแต่กลับไม่ได้รับความสนใจ หลายเส้นทางอยู่ในสภาพระเนระนาดตามภาพ
โดยผู้สื่อข่าวและชาวบ้านได้เข้าตรวจสอบบนถนนสายสิรินครอุทิศ เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างถนนพัฒนาการคูขวาง ตำบลศาลามีชัย ไปจดถนนเทิดพระเกียรติ ตำบลปากนคร มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ พบว่าในช่วงกลางคืนถนนเส้นนี้ไฟฟ้าส่องสว่างจากเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ไม่สามารถใช้การได้อย่างสิ้นเชิง และในช่วงกลางวันสองข้างทางอยู่ในสภาพล้มระเนระนาด

หลายจุดติดตั้งเหลือเพียงฐานส่วนตัวเสาโลหะและระบบถูกโจรกรรมไปทั้งหมด บางต้นเหลือเพียงน็อตและแหวนโลหะแป้นรอง โดยชาวบ้านระบุว่าการโจรกรรมนั้นผู้ก่อเหตุทำได้โดยง่ายเพียงแค่ใช้ประแจถอดน็อตยึดออกแล้วผลักหรือถีบให้ล้มไปในทิศทางที่ต้องการ เมื่อล้มแล้วสามารถปลดระบบแผงเซลล์ผลิตกระแสไฟฟ้า ตัวแบตเตอรี่ และหลอดไฟไปได้อย่างรวดเร็ว หรือบางรายสามารถตัดเสาโลหะให้เป็นชิ้นส่วนไปด้วย หรืออาจมาตัดไปภายหลัง การล้มระเนระบาดของเสาเป็นภาพชินตาของผู้สัญจรผ่านไปมา และเป็นไปในลักษณะเดียวกันแทบทุกเส้นทางโดยเฉพาะเส้นทางที่มีรถสัญจรน้อย
นายศุภวัฒน์ เยี่ยมยนต์ ชาวเมืองนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าพยายามติดตามเรื่องนี้เช่นกันแต่กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆอย่างน่าใจหาย ปัจจุบันทราบว่าคดีการจัดซื้อจัดจ้าง อยู่ในการไต่สวนของ ปปช.ภาค 8 ผู้ถูกไต่สวนเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ไม่มีความคืบหน้าหรือความเคลื่อนไหวใดๆ ทำไมเหตุใดจึงช้านักในการสอบสวนหาความจริง สิ่งที่เกิดขึ้นคืออย่างที่เห็นทุกเส้นทางของนครศรีธรรมราช มีเสาไฟฟ้าโซร์ลาเซลล์ให้นักท่องเที่ยวชม
ต่อมาผู้สื่อข่าวและนายศูภวัฒน์ได้พยายามนับจำนวนเสาที่หายไปพบว่าจากทั้งหมดมีการติดตั้งสองแนวตลอดเส้นรวมประมาณ 98 ต้น ได้หายไปแล้วมากกว่า 60 ต้น นอกจากนั้นประสานกับสำนักงาน ปปช.ภาค 8 เพื่อติดตามเรื่องนี้ปรากฎว่าช่วงเดือนมกราคมจะมีการนัดหมายเพื่อให้ข้อมูล แต่หลังจากนั้นปรากฏว่าเจ้าหน้าที่คนเดียวกันไม่สามารถติดต่อได้

สำหรับเสาโซลาร์เซลทั้งหมดในโครงการเดียวกันนี้ปัจจุบันเป็นทรัพย์สินของที่ทำการปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีความพยายามถ่ายโอนให้กับ อปท.ในพื้นที่ติดตั้งแต่ปรากฎว่า อปท.ปฏิเสธการรับโอนจากต้องใช้งบประมาณสูงในการดูแลรักษาและปัจจุบันทั้งหมดเสื่อมสภาพเกือบทั้งร้อยเปอร์เซ็น ขณะที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ปัจจุบันมีความอึดอัดในเรื่องนี้อย่างมาก ให้ข้อมูลเพียงว่าไม่สามารถให้สัมภาษณ์ใดๆได้เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของ ปปช.
สำหรับโครงการนี้เสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในโครงการของ จ.นครศรีธรรมราช งบฯอุดหนุนจากรัฐบาลปี 2560 มูลค่าต้นละกว่า 65,000 บาท ถูกติดตั้งเมื่อปลายปี 2561 กว่า 2,000 ต้น กระจายบนถนน 22 สาย วงเงินกว่า 194 ล้านบาท ปัจจุบันเสื่อมสภาพใช้การไม่ได้ หลังใช้งานไปได้เพียง 2 ปีเศษเท่านั้น มีการสอบสอบสวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษในความผิดปกติของการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดราคา และการใช้ช่องว่างของระเบียบราชการในการกำหนดสเปค ต่อมาได้ส่งสำนวนกลับมาให้ ปปช. ปัจจุบันสำนวนการสอบสวนยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการของ ปปช.ภาค 8 สุราษฎร์ธานี




