ตร.วิสามัญฯ หนุ่มเมายา เมีย-พ่อสงสัยทำไมยิงเข้าที่ท้ายทอย

ญาติสงสัยตำรวจทำเกินกว่าเหตุ! ตำรวจเข้าระงับเหตุหนุ่มเมายาในหมู่บ้านแต่สุดท้ายจบด้วยการวิสามัญฆาตกรรม เมียและพ่อสงสัยทำไมถึงถูกยิงจากข้างหลังถึง 3 นัด แบ่งเป็นต้นขา 2 ข้างและที่ท้ายทอยอีกนัด ตำรวจยันทำตามขั้นตอน
(29 พ.ย. 66) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก พ่อและอาของนายสาธิต อายุ 39 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุวิสามัญฆาตกรรมเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยทางญาติของนายสาธิตติดใจว่าการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเกินกว่าเหตุหรือไม่ พร้อมทั้งถามถึงการเยียวยา เนื่องจากผู้ตายเป็นเสาหลักของบ้าน และตัวผู้ตายมีลูกที่ต้องเลี้ยงดูอีก 3 คน
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ วัดป่าศิลาอาสน์ บ.หม้อทอง ต.ดงหม้อทองใต้ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลร่างของนายสาธิต และได้พูดคุยกับนางชมพู อายุ 42 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิตเล่าว่า วันที่เกิดเหตุนั้นมีชาวบ้านโทรมาแจ้งว่าสามีของตนปีนขึ้นไปนั่งพูดพึมพำคนเดียวบนต้นไม้ ขอให้ญาติมารับตัวกลับบ้าน โดยได้ประสานทางผู้นำชุมชนให้พาคนมาช่วยอีกแรง
แต่ปรากฏว่าก่อนที่จะทันได้ทำอะไรกัน นายสาธิตก็ลงจากต้นไม้ และขี่รถจักรยานยนต์ไปบ้านคนรู้จักที่อยู่ห่างไปประมาณ 2 กิโลเมตร ขณะนั้นเวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าของบ้านกำลังนั่งกินข้าวอยู่ พอนายสาธิตเดินเข้าไปดูมึนเมาขาดสติ เจ้าของบ้านจึงลุกพาหลานหนีออกมา และปล่อยนายสาธิตให้นั่งกินข้าวไปคนเดียว
ต่อมาตนและญาติๆ พยายามเกลี่ยกล่อมสามีให้กลับบ้านแต่ไม่เป็นผล สักพักผู้นำชุมชนมาถึงพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อสามีของตนเห็นเข้าก็รีบวิ่งหนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในห้องบนบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่พยายามเกลี่ยกล่อมแต่สามีก็ไม่ยอมออกมา
จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. สามีของตนออกจากห้องมาพร้อมมีดทำครัวปลายแหลม ลักษณะคล้ายกับคนไม่ได้สติ เจ้าหน้าที่จึงใช้กระสุนยางยิงไปที่ตัว 3-4 นัด สามีตะโกนโหวกเหวกเป็นภาษาท้องถิ่นว่า กูกลัวๆ แล้วรีบกลับเข้าห้องไป
ต่อมาเวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่ด้านนอก นายสาธิตอาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่เผลอวิ่งออกมาจากห้องและตัวบ้านหวังจะหนี แต่ถูกวิ่งไล่ ในตอนนั้นเป็นช่วงเวลาชุลมุนได้ยินแค่เสียงปืน พอเห็นอีกทีนายสาธิตก็นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตกลางทุ่งนาแล้ว ตนนั้นเห็นรอยบาดแผลจากการถูกยิง 3 จุด ที่ ต้นขาด้านหลัง 2 ข้าง และท้ายทอยอีก 1 จุด จึงติดใจว่าถ้านายสาธิตสามีของตนต่อสู้จนต้องวิสามัญฆาตกรรม ทำไมมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ด้านหลัง
นางชมพู ภรรยา ยังกล่าวต่ออีกว่า ตนมีลูกกับสามี 3 คน คนแรกอายุ 16 ปี ไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว คนที่ 2 อายุ 13 ปี กำลังศึกษาอยู่ คนที่ 3 อายุ 5 ขวบ สามีประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปทำเกษตร ยอมรับว่าสามีเสพยาเสพติดบ้าง แต่ก็เป็นเสาหลักของครอบครัวด้วยเช่นกัน
ขณะนี้เสาหลักของครอบครัวได้สูญเสียไปแล้วครอบครัวอยากได้รับความเป็นธรรมจาก จนท.ให้ชัดเจนเรื่องการเยียวยาชดเชยแก่ครอบครัวเพราะลูกยังเล็กอยู่ ด้าน จนท.ตร.ได้มีการเยียวยาในเบื้องต้นแล้วให้กับครอบครอบครัว แต่ยังเคลือบแคลงใจในเหตุที่เกิดขึ้น
ทางด้านนายชัยยง อส.ตร.ประจำหมู่บ้านเล่าถึงเหตุที่เกิดในคืนดังกล่าวว่า หลังจากที่นายสาธิตได้พยายามวิ่งหนี มีตำรวจ 2 นายวิ่งไปถึงตัวนายสาธิต และพยายามจะจับตัว แต่พลาดท่าล้มลง นายสาธิตพยายามเข้าทำร้ายตำรวจ ทำให้ตำรวจนายที่วิ่งตามหลังมาต้องยิงปืนออกไปเพื่อระงับเหตุ
พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยากานนท์ ผกก.สภ.บ้านม่วง ให้ข้อมูลว่าเรื่องนี้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทราบแล้ว วันเกิดเหตุภายหลังจากรับการประสานงานจากผู้นำชุมชน จนท.ตร.สภ.บ้านม่วง พร้อมด้วย ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อส.ตร. ชุด ชรบ. จำนวนเกือบ 20 คน ร่วมปฏิบัติหน้าที่ โดยนายสาธิตผู้ก่อเหตุมีลักษณะควบคุมตัวเองไม่ได้พร้อมกับมีอาวุธมีดอยู่กับตัว เจ้าหน้าที่จึงปฏิบัติตามยุทธวิธีจากขั้นเบาไปหาหนัก
ขั้นแรกเกลี้ยกล่อม อุปกรณ์ไม้ง่าม ไปจนถึงการใช้กระสุนยางเพื่อระงับเหตุ แต่นายสาธิตได้หลบหนีออกจากบ้านใช้มีดที่พกติดตัวอยู่กำลังจะทำร้าย จนท. ต้องยิงสกัดที่ขาเพื่อหยุดการกระทำแต่ไม่เป็นผล จึงต้องระงับเหตุอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันตัวของ จนท.กระสุนปืนไปโดนตัวผู้ก่อเหตุบริเวณต้นขาทั้ง 2 ข้างและ ด้านหลังท้ายทอย 1 จุด จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต
ภายหลังจากนายสาธิตเสียชีวิตได้มีการตรวจสอบจุดเกิดเหตุร่วมกัน 5 หน่วย ซึ่งภรรยาอยู่ใกล้ๆเหตุการณ์และรับทราบกระบวนการปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด พร้อมกันนี้ได้นำร่างของนายสาธิตส่งผ่าพิสูจน์และส่งมอบคืนแก่ญาติไปประกอบพิธีทางศาสนา ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจชันสูตรพลิกศพ
สำหรับด้านคดีความในเรื่องนี้เพื่อความเป็นธรรม พนักงานสอบสวนจะมีการเรียกพยานกว่า 20 คน มาให้ปากคำ พร้อมกันนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยเรื่องการเยียวยาเพิ่มเติม ซึ่งต้องรอผลสอบสวนประกอบพยานหลักฐานเสร็จสิ้นก่อนจึงจะสรุปได้ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายว่าไปตามข้อเท็จจริงอย่างสมเหตุสมผล
อย่างไรก็ดีจะมีการพูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิตเพื่อทำความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันทำตามขั้นตอนยุทธวิธี ทั้งนี้ขณะเข้าตรวจสอบที่ร่างกายนายสาธิตหลังเกิดเหตุพบว่าอาวุธมีดได้ถูกพันด้วยเชือกติดกับมือและยาบ้า 1 เม็ด ในกระเป๋าเสื้อ




