จับขบวนการแอปกรมที่ดินปลอม หลอกสแกนใบหน้าดูดเงินหายกว่า 2 ล้าน

ตำรวจไซเบอร์จับขบวนการแก๊งแอปฯกรมที่ดินปลอม หลอกสแกนใบหน้าดูดเงินหายกว่า 2 ล้าน
ความคืบหน้าหลังจาก พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท หรือ สอท. ได้สั่งการให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ออกสืบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดขบวนการที่เกี่ยวข้องกับแก๊งแอปพลิเคชันกรมที่ดินปลอม หลอกสแกนใบหน้าดูดเงินเหยื่อจากบัญชีธนาคาร จนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้หลายราย โดยชุดสืบสวน กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำโดย พ.ต.ท.ภาคภูมิ บุญเจริญพานิช รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ ลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูล จนทราบว่า มีผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.5 ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี
วันนี้ (13 ต.ค.66) ตำรวจไซเบอร์ จึงนำหมายจับศาลจังหวัดบัวใหญ่ เข้าจับกุมตัว น.ส.พึงชญา อายุ 37 ปี ชาวอุดรธานี ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.3 ดำเนินการต่อไป

กรณีนี้สืบเนื่องจาก เมื่อต้นเดือนกรกรฎาคม 2566 ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบรับแจ้งออนไลน์ว่า มีมิจฉาชีพโทรหาผู้เสียหาย อ้างว่าเป็น จนท.จากกรมที่ดิน เคยส่งหนังสือเรื่องการขอให้ปักหมุดพิกัดที่ดิน ที่ผู้เสียหายครอบครองอยู่ โดยส่งหาผู้เสียหาย 2 ครั้งแล้ว แต่ผู้เสียหายไม่ติดต่อกลับ มิจฉาชีพจึงแนะนำให้ผู้เสียหาย ดำเนินการปักหมุดพิกัดที่ดินออนไลน์ ซึ่งมิจฉาชีพแจ้งข้อมูลที่ดินของผู้เสียหายได้ถูกต้องด้วย ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ
ผู้เสียหายกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ที่ปลอมขึ้นมา ก่อนโหลดแอปฯกรมที่ดินปลอม สแกนใบหน้าหลายครั้ง ระหว่างที่คุยกับมิจฉาชีพและทำตามขั้นตอนที่ปลายสายบอก ผู้เสียหายสังเกตเห็นข้อความแจ้งเตือนเงินออกจากบัญชี ผู้เสียหายตกใจจึงพยายามกดออกจากแอปฯดังกล่าว
แต่ปรากฎว่าโทรศัพท์มือถือค้าง ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ จึงถอดซิมออกแล้วทุบโทรศัพท์ตนเองทิ้ง สุดท้ายเมื่อมาตรวจสอบบัญชีธนาคาร พบว่า เงินถูกโอนออกไปจากบัญชี จำนวน 4 ครั้ง รวมสูญเงินกว่า 2 ล้านบาท จึงได้ทำการแจ้งความผ่าน www.thaipoliceonline.com





