ชาวบ้านไม่เชื่ออาถรรพ์-อาเพศ วอนเร่งซ่อมแซมสำเภาโบราณ

ชาวบ้านไม่เชื่ออาถรรพ์-อาเพศ วอนเร่งซ่อมแซมสำเภาโบราณ

ชาวบ้านไม่เชื่อจะมีอาเพศ หลังสำเภาโบราณถูกไฟไหม้เสียหาย 30% วอนหน่วยงานที่ดูแลเร่งซ่อมแซมบูรณะ ทางด้านตำรวจแจงยังไม่ฟันธงเหตุจากดอกไม้ไฟหรือไฟฟ้าลัดวงจร

(4 ม.ค. 67) จากกรณีที่เรือสำเภาทองโบราณ หน้าศาลเจ้ากวนอู แลนด์มาร์กสำคัญ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ถูกไฟไหม้เสียหายราว 30% มูลค่าความเสียหายประมาณ 5 แสนบาท 

ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ พบว่าคณะงิ้วได้เก็บข้าวของออกจากพื้นที่ไปแล้ว เพราะหมดคิวการแสดงที่ศาลเจ้าพ่อกวนอู่ ตลาดร้อยปีแห่งนี้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางมาลัย  ชาวบ้านที่อยู่อยู่แลศาลเจ้าพ่อกวนอู บอกว่าเมื่อมองไปที่เรือสำเภาทองทีไรก็รู้สึกสะท้อนใจทุกครั้ง เพราะเป็นเรือเก่าแก่โบราณอายุกว่าร้อยปี ที่ชาวบ้านและทางราชการช่วยกันกู้ขึ้นมาจากก้นแม่น้ำเจ้าพระยาและบริจาคเงินช่วยกันบูรณะ แล้วเอามาตั้งเป็นสัญลักษณ์ของ อ.มโนรมย์ อยากวิงวอนให้หน่วยงานราชการช่วยหางบประมารมาเร่งซ่อมแซมบูรณะเรือสำเภาทองโบราณลำนี้ ให้กลับมาสวยงามสมบูรณ์เหมือนเดิมโดยเร็วด้วย  

ชาวบ้านไม่เชื่ออาถรรพ์-อาเพศ วอนเร่งซ่อมแซมสำเภาโบราณ

ส่วนกระแสที่ว่าจะเป็นลางร้ายเกิดอาเพศกับชุมชนคุ้งสำเภานั้นตนเองไม่เชื่อ เพราะคิดว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการเล่นด้วยความคึกคะนองเท่านั้น ไม่น่าจะเป็นลางร้าย หรืออาเพศ อาถรรพ์อะไรมาเกี่ยวข้อง

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ พ.ต.อ.สิงหราช ป้องอติคุณ ผกก.สภ.มโนรมย์ ถึงความคืบหน้าเรื่องคดีว่าได้เชิญตัวเด็กที่เล่นพลุทั้ง 2 คน คือวัยรึ่นอายุ 17 ปี และเด็กอายุ 6 ขวบ มาสอบถามแล้ว แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาเอาผิดกับใคร จึงได้ปล่อยตัวไป อีกทั้งตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาทได้เข้าพื้นที่เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงที่แน่ชัดต่อไปก่อน เพราะเรือที่เกิดเหตุมีการต่อไฟฟ้าเข้าไปเพื่อประดับไฟส่องสว่างด้วย จึงไม่ตัดประเด็นไฟฟ้าลัดวงจรทิ้ง ซึ่งหลังจากได้ผลการพิสูจน์หลักฐาน จึงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง