ชาวบ้านสุดเอือมวัยรุ่นยกพวกไล่ฟันปาระเบิดกันเสียงดังสนั่นทุกคืนผวากลัวโดนลูกหลง

ชาวบ้านสุดเอือมวัยรุ่นยกพวกไล่ฟันปาระเบิดกันเสียงดังสนั่นทุกคืนผวากลัวโดนลูกหลง หน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านก็ไม่เว้น วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ปัญหา
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ชาวบ้านบ้านตาเหล็ง ต.หนองปล่อง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตรวจสอบและดำเนินการกับกลุ่มวัยรุ่น ไม่ให้มาสร้างความเดือดร้อนรำคาญ และก่อเหตุที่เสี่ยงอันตรายกับชาวบ้าน หลังจากได้มีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกก่อเหตุทะเลาะวิวาท ถือมีดไล่ฟัน ปาขวดแก้ว และระเบิดปิงปองใส่กัน ตามถนนในหมู่บ้าน ไม่เว้นกระทั่งหน้าวัด โรงเรียน รวมถึงหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน ส่งเสียงดังรบกวนเกือบทุกคืน ซึ่งนอกจากจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านแล้ว ก็ต้องคอยมาเก็บกวาดเศษไม้ เศษแก้วเป็นประจำ นอกจากนี้ ยังเสี่ยงเป็นอันตรายกับชาวบ้าน ทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ที่อาจโดนลูกหลง
นอกจากนี้ กลุ่มวัยรุ่นยังได้ทำลายทรัพย์สินทางราชการด้วยการงัดฝาเสาไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อปิดสวิตช์ไฟไม่ให้มีแสงสว่างขณะก่อเหตุวิวาทกันด้วย

นางบุญมี มงคลกูล อายุ 55 ปี ชาวบ้านตาเหล็ง ให้ข้อมูลว่า ช่วงประมาณเที่ยงคืน ตี 1 จะมีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกทะเลาะวิวาทไล่ฟัน ปาระเบิดใส่กัน เสียงดังสนั่นแทบทุกคืน จนนอนไม่หลับ บางครั้งออกมาดู แต่ก็ไม่กล้าไปเตือนหรือบอกอะไร เพราะกลัวจะโดนกลุ่มวัยรุ่นทำร้าย ต้องทนรับสภาพแบบนี้มาสักระยะแล้ว ซึ่งตนก็ไม่รู้สาเหตุ ว่าทำไมถึงทะเลาะวิวาทกันได้แทบทุกคืน ไม่รู้ว่าคึกคะนองหรือเพราะอะไร แต่ได้สร้างความเดือดร้อนกับชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวข้อง ที่อาจจะโดนลูกหลงได้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก

ด้านนางน้อย สงค์กูล ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน ระบุว่า ได้มีกลุ่มวัยรุ่นหลายคนซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นวัยรุ่นหมู่บ้านไหน มักมาก่อเหตุทะเลาะวิวาทตะโกนด่าท้าทายกัน แล้วก็ถือมีดไล่ฟัน บางครั้งก็ปาขวด ปาระเบิดใส่กัน เสียงดังสนั่นเกือบทุกคืน บางวันก่อเหตุหน้าบ้าน ผู้ใหญ่บ้านก็ออกไปตะโกนไล่ วัยรุ่นก็พากันวิ่งหลบเข้าไปในซอย
ย้ำว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะยังไม่มีคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ก็สร้างความเดือดร้อน ทำให้ไม่ได้หลับได้นอน ที่ผ่านมาเคยมีตำรวจมาตรวจสอบ แต่ก็ยังก่อเหตุอยู่เรื่อยๆ จึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หาแนวทางป้องกันไม่ให้กลุ่มวัยรุ่นออกมาก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนแบบนี้อีก





