ผัวทำร้ายเมียจนสิ้นลม เซ่นพิษรัก-ปมซ้ำซาก

ผัวเห็นเมียปล่อยตัวให้เด็กเสิร์ฟแตะก้น แล้วมาทะเลาะกันที่บ้าน รัวหมัด-จับหัวโขกพื้นจนสลบ ช่วยปั๊มหัวใจจนซี่โครงหัก สุดท้ายเมียสิ้นใจ เผยมีปากเสียงบ่อยครั้งจากเรื่องเดิมๆ
วันนี้ 28 กรกฎาคม 2567 ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. กลางดึกที่ผ่านมา (27 ก.ค.2567) พ.ต.อ.วินิจฉัย พินิจศักดิ์ ผกก.สภ.ช้างเผือก ได้รับแจ้งเกิดเหตุ สามีทำร้ายร่างกายภรรยาจนเสียชีวิต ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ถ.หมื่นด้ามพร้าคต ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จึงไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน , เจ้าหน้าที่กู้ภัย , เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวช
ที่เกิดเหตุ พบศพของนางอรทัย (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ชาวร้อยเอ็ด ทำงานเป็นแม่บ้านธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ นอนเสียชีวิตภายในห้องนอน สวมเสื้อยืดสีดำ สภาพศพหัวปูดบวม ตาทั้งสองข้างเขียวช้ำและบริเวณลำตัวมีร่องรอยเขียวช้ำ
ส่วนตัวผู้ก่อเหตุ คือสามีของผู้เสียชีวิต ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ทราบชื่อต่อมาคือ นายธนวัฒน์ ไชยมงคล อายุ 47 ปี ชาว อ.เทิง จ.เชียงราย อาชีพไรเดอร์ส่งอาหาร โดยให้การรับสารภาพว่า ได้ทะเลาะกับผู้เสียชีวิต ตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 น. ก่อนฝ่ายหญิงนำมีดมาฟันเข้าที่แขนซ้ายของตน แผลยาวประมาณ 1.5 นิ้ว ซึ่งตนก็ได้ใช้ผ้าทำแผลเบื้องต้น ไม่ได้เย็บ เพราะคิดว่าแผลไม่ลึกมาก
หลังจากทะเลาะกันช่วงบ่ายก็คุยกันอยู่ แล้วภรรยาออกไปข้างนอกและกลับมาอีก กระทั่งช่วงเย็น เวลาประมาณ 18.00 น. ตนกับภรรยาก็ได้ออกไปนั่งกินหมูกะทะ ซึ่งกินกันไม่ถึง 15 นาที ก็ทะเลาะกันอีก ภรรยาจะใช้มีดทำร้ายตน เพราะเรื่องหึงหวง ก่อนกลับมาถึงที่พัก ตนนั่งดื่มเบียร์ และภรรยาได้เทเบียร์ตนทิ้ง จึงทะเลาะกันอีกครั้ง

ตนได้ใช้มือขวาชกเข้าใบหน้าภรรยา จำนวน 5 ครั้ง แล้วใช้มือ 2 ข้าง จับศรีษะโขกกระแทกกับพื้นถนน หน้าหอพัก จนภรรยาสลบไป แต่ยังหายใจอยู่ จึงได้อุ้มเข้าไปนอนในบ้าน แล้วใช้ผ้าเช็ดคราบเลือดให้ ก่อนจะอุ้มไปนอนที่เตียงนอน แล้วก็ปั๊มหัวใจจนซี่โครงหัก ต่อมาเวลา 21.30 น. ตนจึงได้โทรศัพท์เรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วยเหลือ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง เวลาประมาณ 22.00 น. ก็พบว่าภรรยาได้เสียชีวิตแล้ว จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ผู้ต้องหา ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า คบกับแฟน(ภรรยา)มาประมาณ 1 ปี มีเหตุทะเลาะกันมาเป็นระยะ จากทั้งเรื่องผู้ชายและอ้างว่า เรื่องที่ภรรยาเสพยาบ้าแล้วเพี้ยน ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนทนไม่ได้ เพราะเข้าร้านอาหารไปปุ๊บ ยังไม่ทันจอดรถตนกำลังตั้งขาตั้งรถจักรยานยนต์ และยังไม่ทันถอดเสื้อแกร็บ ภรรยาของตนก็เดินตรงดิ่งไปหาเด็กเสิร์ฟชายในร้าน แล้วคุยกับเด็กเสิร์ฟ ตนก็ไม่คิดอะไร คิดว่าไปสั่งอาหาร แต่ต่อมา ตนเห็นเด็กเสิร์ฟใช้มือแตะก้นภรรยา ซึ่งตนมองว่าไม่ปกติแล้ว จึงเดินมาถามเด็กเสิร์ฟในร้านว่า "มีคนชื่อจายไหม" ซึ่งก็มีคนชื่อนี้จริง และภรรยามักจะไปสั่งอาหารกับเด็กเสิร์ฟคนนี้ตลอด ซึ่งตนก็แปลกใจ
หากถามตนว่าหึงหวงไหม ยืนยันว่า ไม่ได้หึงหวง แต่(ภรรยา)ก็ไม่สมควรทำ เพราะที่ผ่านมาก็เกิดปัญหากันจากเรื่องลักษณะนี้บ่อยครั้ง เคยเลิกกันหลายรอบแล้วเพราะเรื่องผู้ชาย เรื่องแฟนเก่า สุดท้ายภรรยาก็มาง้อคืนดี ซึ่งตนก็บอกว่า ถ้าภรรยาพลาดอะไรไป มีคนถ่ายคลิป blackmail ก็ไม่เป็นไร ขอให้กลับตัวกลับใจ ตนให้อภัยได้เสมอ แต่สุดท้ายก็มาทะเลาะกันรุนแรง ภรรยาอ้างว่าจะเข้าห้องน้ำแล้วนำมีดมาจะทำร้ายตนอีกครั้ง จนเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น

ภายหลังการสอบสวน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา "ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา" ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหา ไปยัง สภ.ช้างเผือก เพื่อตรวจหาสารเสพติดในร่างกายและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




