แม่เศร้า ฝากเลี้ยงลูกวัย 4 เดือน ไม่เกิน 24 ชม. ดับปริศนา

แม่ฝากเลี้ยงลูกวัย 4 เดือน กลับพี่เลี้ยงสาวประเภทสอง ไม่ถึง 24 ชั่วโมงอาการโคม่า ก่อนดับปริศนา ชักเกร็ง หมดสติ พบมีคดีทำร้ายเด็กติดตัว
(13 ต.ค.66) จากกรณี น.ส.หนึ่งฤทัย อายุ 19 ปี แม่ของทารกหญิงวัย 4 เดือน หรือ ด.ญ.เพชรรัตน์ หรือน้องน้ำเพชร ร้องทุกข์มายังน.ส.ชลิดา พะละมาตย์ ประธานกลุ่ม “เป็นหนึ่ง” ให้เข้าช่วยเหลือ หลังจากที่นำลูกสาวไปฝากเลี้ยงไว้กับพี่เลี้ยง ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง โดยสงสัยว่าลูกสาวอาจจะถูกพี่เลี้ยงทำร้าย เพราะหลังจากเกิดเหตุ แม่ได้ทราบประวัติภายหลังว่าพี่เลี้ยงรายดังกล่าว เคยถูกผู้ปกครองแจ้งความดำเนินคดี ข้อหาทำร้ายร่างกายเด็ก
เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้ถูกดำเนินคดีใด ๆ
ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ ได้เข้าพูดคุยกับน.ส.หนึ่งฤทัย พร้อมกับประธานกลุ่ม "เป็นหนึ่ง" น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ ระบุว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดีหลังทราบว่าเมื่อคืนนี้เวลาประมาณ 02:00 น. ด.ญ.เพชรรัตน์ได้จากไปอย่างสงบ โดยได้เข้ามาแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย
ในส่วนของกลุ่มเป็นหนึ่ง จะผลักดันกระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจากสาวประเภทสองรายดังกล่าวเคยถูกฟ้องร้องไปแล้วหนึ่งครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเดือนสิงหาคมจากนั้นได้ประกันตัวออกมา โดยบอกว่าหลังจากการได้รับประกันตัวยังไม่มีท่าทีสำนึกแต่อย่างใด มีการเย้ยหยันต่อกฎหมาย และขู่ว่าจะฟ้องร้องทางแม่ ทางมูลนิธิที่เข้าช่วยเหลือ และสื่อมวลชน ที่ทำให้เสียหาย
ฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดดำเนินการ นอกจากนี้ทางกลุ่มเป็นหนึ่ง จะช่วยประสานงานและดำเนินการในส่วนของศพเด็กหญิงเพชรรัตน์ต่อไป
ในส่วนของใบรับรองแพทย์ของผู้เสียชีวิต ระบุว่า มีเลือดออกในสมอง ส่วนที่พบเพิ่มเติมเป็นรอยฟกช้ำข้างขมับ ซึ่งในวันแรกที่พามารักษาตัวยังไม่พบรอยดังกล่าว คาดว่าอาการเพิ่งออก แต่อย่างไรก็ตามอาการสำลักนมไม่ควรมีเลือดออกในสมอง หรือรอยฟกช้ำตามร่างกาย
ขณะที่ น.ส.หนึ่งฤทัย แม่ของผู้เสียชีวิต เผยว่า คิดไว้อยู่แล้วว่าสาเหตุที่ลูกต้องเป็นแบบนี้ไม่ได้เกิดจากการสำลักนม เพราะเห็นรอยฟกช้ำตั้งแต่วันแรก ส่วนตัวคิดเอาไว้ว่าต้องเกิดจากการถูกทำร้ายร่างกาย แต่รอผลตรวจของแพทย์เพื่อความชัดเจน ซึ่งหมอนิติเวชแจ้งว่า อาการของน้องเกิดจากการถูกเขย่าแรง ๆ ซึ่งก็ตรงกับที่คิดเอาไว้อยู่แล้ว ว่าไม่ได้เกิดจากการสำลักนมและการที่สาวประเภทสองให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหมออาจจะไม่ตรง เพราะหากสำลักนมก็จะไม่เกิดเลือดออกใต้กะโหลก แต่ต้องเกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรง
ส่วนสาเหตุ คาดว่าเกิดจากอารมณ์ เพราะมีข้อมูลว่า สาวประเภทสองเสพยาเสพติดด้วย คาดว่าเด็กอาจจะงอแงแล้วรับไม่ไหว จึงอยากทำให้เด็กเงียบ ซึ่งทีแรกไม่ทราบมาก่อนว่ามีประวัติทำร้ายร่างกายเด็ก เพิ่งทราบหลังจากที่เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหากรู้มาก่อนหน้าก็จะไม่นำลูกมาฝาก ยืนยันว่าน้องไม่ได้มีอาการใด ๆ ก่อนนำไปฝาก
ส่วนความจำเป็นที่ต้องนำรูปไปฝากตอนค่ำ เพราะมีความจำเป็น ต้องฝากลูกเลี้ยงไว้ และตกลงค่าดูแลเลี้ยงดูเดือนละ 5,000 บาท โดยแบ่งจ่ายเป็นสองช่วงคือวันที่ 5 ก.ย. และวันที่ 20 ก.ย. โดยจะมีการจ่ายค่ามัดจำเพื่อดูแลจำนวน 1,000 บาท ซึ่งสาวประเภทสองได้เบิกค่าเลี้ยงดูเพิ่มสองครั้ง ครั้งละ 500 บาท และค่าส่วนต่างที่ซื้อของดูแลเด็กอีก 400 บาท
ทั้งนี้ บอกอีกว่าตนรู้จักและเชื่อใจเนื่องจากเห็นในกลุ่มเนอร์สเซอรี่ และกลุ่มรับจ้างดูแลเด็ก ซึ่งพี่สาวตนเป็นคนติดต่อให้ ยอมรับว่าดูน่าเชื่อถือเนื่องจากส่งเอกสารหลักฐานให้ทั้งหมด รวมถึงใบค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงค่าดูแลก็ไม่ได้แพงมากเกินไปเพราะตนก็เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องหาเงินดูแลลูกเพียงคนเดียว
ในวันนี้สิ่งที่ต้องการคืออยากให้ออกมาสารภาพความจริงที่เกิดขึ้นว่าทำอะไรกับเด็กลงไปบ้าง ไม่ต้องปิดบังเพราะความจริงคือความจริงเรื่องจากหนักจะได้กลายเป็นเบา จะไม่โกรธหากพูดความจริง หัวอกคนเป็นแม่เห็นลูกเป็นแบบนี้ก็รับไม่ได้เหมือนกัน สาวประเภทสองไม่ได้มีลูกเหมือนต้นคงไม่เข้าใจความรู้สึกนี้
นอกจากนี้ฝาก ไว้เป็นอุทาหรณ์ว่าหากไม่จำเป็นไม่ต้องฝากลูกให้คนอื่นเลี้ยง เพราะการจากไปครั้งนี้ลูกทั้งคนมันหนักหนาต่อจิตใจเหลือเกิน ต้นก็ทนเห็นสภาพลูกทรมานแบบนี้ไม่ได้
หลังเกิดเหตุ สาวประเภทสองได้ติดต่อตนกลับมา โดยทักมาถามถึงอาการของเด็ก หลังจากที่หายไปนาน แต่ตนก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
ด้านนายแก้ม สาวประเภทสองรายดังกล่าว ได้เปิดเผยและยืนยันความบริสุทธิ์ใจ โดยบอกว่า เด็กอยู่กับตนเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง ส่วนตัวก็สงสัยแม่ที่นำเด็กมาส่งตอนค่ำในช่วงที่ฝนตกหนัก ให้ตนเดินออกไปรับเด็กเข้ามา ซึ่งน้องมีอาการร้องไห้ตลอดเวลา ตั้งแต่ตอนที่นำเด็กมาส่งแล้ว ซึ่งตนมีหลักฐานเป็นพยานบุคคล และรูปถ่ายจากไอโฟนที่ตนถ่ายเก็บเอาไว้ มีหลักฐานวันและเวลาการขายที่ชัดเจน
ส่วนตัวก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงซวยซ้ำซ้อนแบบนี้ ซึ่งระหว่างที่เด็กร้องตนได้ประสานกับป้าของเด็กตลอดหรือ บอกว่าน้องวางไม่ได้เลยเพราะร้องไห้ตลอดเวลา พร้อมกับส่งคลิปวิดีโอให้ดู จนกระทั่งวันเกิดเหตุที่เด็กมีอาการช็อก โดยหมอบอกว่าช็อกจากอาการขาดน้ำ เนื่องจากดื่มนมไปก็อาเจียนออกตลอด
ซึ่งในส่วนของคดีตนได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาจากตำรวจทั้งหมดแล้ว หลังจากนี้หากมีหมายเรียกมาถึง ก็พร้อมจะไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจตามขั้นตอน ยืนยันว่าได้ทำทุกอย่างตามที่คนคนหนึ่งจะดูแลเด็กได้แล้ว ก่อนที่เด็กจะช็อก เวลาประมาณเที่ยง ได้วัดไข้เด็กแล้วถ่ายให้กับป้าของเด็กดูด้วย รวมถึงบอกให้กลับมารับน้องเพราะน้องไม่สบาย ซึ่งตนไม่ถนัด แต่ทั้งป้าและแม่ได้ปฏิเสธ เนื่องจากติดธุระ กระทั่งประมาณ 13:00 น. น้องดื่มนมช็อคแล้วหลับไป ตนได้ช่วยในการเป่าปาก ช่วยเหลือทุกอย่างปั๊มหัวใจ ซึ่งตนก็อยู่ในสายกับเจ้าหน้าที่นเรนทรตลอดการช่วยเหลือ จนถึงที่โรงพยาบาลก็ยังอยู่ด้วย
ตนดูแลเด็กดีมากเพราะมีบทเรียนจากเคสก่อนหน้าแล้ว เมื่อเดือนสิงหาคม 66 ที่ผ่านมา จากทั้งสองกรณีที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนตัวอยากชี้แจงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตนมีหลักฐานคลิปเสียงและภาพทุกอย่าง ซึ่งตนไม่เคยปล่อยประละเลย จนมีหมายเรียกและถูกออกหมายจับ ซึ่งตนก็ไปสู้ในชั้นศาลจนได้รับการประกันตัวออกมา / ในส่วนของเคสล่าสุดที่เกิดขึ้น ตนรับทราบแล้วและพร้อมจะดำเนินการตามเจ้าหน้าที่
หลังจากนี้ ทางเจ้าของห้องเช่าได้แจ้งให้ตัวเตรียมย้ายออกแล้ว ที่ตนไม่อยู่บ้านเพราะตนต้องการพื้นที่ส่วนตัวบ้าง หลังเกิดเหตุคนก็มองว่าตนเป็นคนไม่ดี แต่ตนไม่ได้คิดหนีเพราะหากตนจะหนีจริงต้นทำไปนานแล้ว ทุกคนยังสามารถติดต่อต้นได้ตามปกติรวมถึงนักข่าวที่ตนก็ยังคอยรับสายและพูดคุยด้วยตลอดเวลา หลังจากนี้อยู่ระหว่างการหาที่อยู่ใหม่แต่ก็ยังไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน หากรู้แล้วสามารถไปหาตนได้เหมือนเดิม
อย่างไรก็ตามนายแก้มบอกอีกว่า ตอนนี้ไม่กังวลอะไร แต่หลังจากเด็กเสียชีวิตแล้วก็ไม่กล้าไปหาที่โรงพยาบาลเพราะก็ไม่รู้ว่าจะถูกปฎิบัติตัวหรือจะต้องทำตัวอย่างไร เพียงแต่ก่อนหน้านี้ได้สอบถามแม่ไปทางแชต ถึงอาการของน้องน้ำเพชร แต่แม่ก็อ่านแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา




