คืบ! ตร.ตัวตึงอาละวาดร้านอาหาร ผกก.สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
คืบหน้า คลิปตำรวจ สภ.บ้านเป็ด ยศจ่า เมากร่างร้านอาหารตามสั่ง จนลูกค้าหนีหาย เดือดร้อนทำมาหากินลำบาก ผกก.สภ.บ้านเป็ด สั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ขณะที่ผู้เสียหายเดินทางให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนดำเนินคดีหมิ่นประมาท ส่วนจ่าแซม วันนี้ยังไม่มาโรงพัก
(24 เม.ย.67) พ.ต.อ.ณชรต แก้วเพชร ผกก.สภ.บ้านเป็ด ถึงกรณีนางสุนิตรา หรือนางเก่ง อายุ 50 ปี เจ้าของร้านครัวคุณเก่งและร้านเล่าหมูกระทะ ซึ่งร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมของตำรวจชื่อ จ่าแซม หรือ ส.ต.อ.ธนาธิป ข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านเป็ด เนื่องจากจ่าแซม มีพฤติกรรม ระรานทางร้านและลูกค้าของร้านมาหลายครั้ง จนลูกค้าไม่กล้าเข้ามาใช้บริการในร้าน ทั้งกรณีที่สามีนางเก่งเข้าแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินคดีกับชื่อจ่าแซม หรือ ส.ต.อ.ธนาธิป ข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านเป็ด และเรียกร้องให้ย้ายจ่าแซมออกนอกพื้นที่ เพราะถ้าปล่อยไว้จะทำมาหากินลำบาก
ผกก.สภ.บ้านเป็ด กล่าวว่า กรณีจ่าแซมนั้น ได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนั้น ยอมรับว่า ข้าราชการไม่ควรประพฤติเช่นนั้น เพราะมันไม่เหมะสม ซึ่งจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัยกับจ่าแซมตามขั้นตอน
ในกรณีที่บอกว่าจ่าแซมป่วยจิตเวชและได้รับการรักษามาแล้วนั้น ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน เพราะต้องเรียกพ่อแม่จ่าแซมมาสอบสวนก่อนว่า จ่าแซมป่วยจิตเวชหรือไม่ ถ้าป่วยจริงก็ต้องมีผลตรวจจากแพทย์ยืนยัน และจะมีการพิจารณาต่อไปว่าควรจะรับราชการต่อหรือต้องส่งตัวไปรักษา
ซึ่งขณะนี้ในลำดับบังคับบัญชานั้นไม่เข้าข้างหรือไม่มีการดึงเรื่อง ข้าราชการประพฤติไม่เหมาะสม หรือทำผิดก็ควรตะถูกพิจารณาโทษเช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมาทราบว่ามีการไปตรวจที่รพ.ธัญญรักษ์ รับยามากิน แต่กินหรือไม่กินตามหมอสั่งหรือไม่เราก็ไม่ทราบเพราะเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล โดยในส่วนของจ่าแซมนั้น ทราบว่าไปที่โรงพยายาลธัญรักษ์เมื่อ 2 เดือนก่อน
ผกก.สภ.บ้านเป็ด กล่าวต่ออีกว่า พฤติกรรมของจ่าแซมที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญกับประชาชนนั้น ผู้บังคับบัญชาก็ได้สังเกตเห็นอาการ และมีการบอกเล่าจากเพื่อนร่วมงานและบุคคลอื่นๆที่ได้รับความเดือดร้อน จึงแนะนำให้จ่าแซมไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรับการรักษา และได้แจ้งให้ พ่อแม่องจ่าแซมทราบแล้วเช่นกัน
โดยในส่วนการสร้างปัญหากับประชาชนนั้น ตามข้อมูลที่รับรายงานมา ทราบว่าจ่าแซมจะเข้าไปในร้านอาหารด้วยอาการปกติ เหมือนเช่นลูกค้าทั่วไป แต่พอดื่มสุราเข้าไปก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ โดยเมื่อทางร้านทราบพฤติกรรมก็มีการป้องกันตัวเองไม่จำหน่ายสุราให้ และผู้บังคับบัญชาได้เรียกตัวมาตักเตือนแล้ว พร้อมให้ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยพนักงานสอบสวน ซึ่งเจ้าตัวก็รับทราบและเข้าใจแล้ว ส่วนร้านอาหารก็ไม่เข้าไปอีก แต่ก็ยังมีเวลาที่จ่าแซมเมาก็จะแอบเข้าไป ในภาพรวมถือว่าเป็นอันตรายต่อสังคม ซึ่งจะต้องเรียกพ่อแม่จ่าแซมมาพบอีกครั้ง
ในส่วนของการทำงานของจ่าแซมนั้น เป็นผู้ช่วยพนักงานสอบสวน ไม่ต้องพกพาอาวุธปืน เพราะลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายไม่ต้องใช้ปืน ส่วนปัญหากับเพื่อนร่วมงานนั้น ไม่ปรากฎว่ามีในลักษณะที่มีเรื่องมีราวกัน ส่วนของผู้เสียหายนั้นได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับจ่าแซมแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน ทำการตรวจสอบหากพบมีการกระทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ หากเป็นความผิดทางวินัยด้วยก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนต่อไป
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายจ่าแซมบริเวณหน้าโรงพักบ้านเป็ด ซึ่งส่วนใหญ่ให้ข้อมูลแต่ไม่กล้าเปิดเผยตัวเนื่องจากกลัว ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นวันสงกรานต์ ซึ่งจ่าแซมก็ใส่ชุดเล่นสงกรานต์ แต่จู่ๆก็พบว่ามีปัญหากับชาวบ้าน แต่ชาวบ้านเลี่ยงที่จะปะทะด้วยเนื่องจากทราบพฤติกรรมดี ก่อนที่จ่าแซมจะมาพาลถึงหน้าโรงพัก กล่าวหากลุ่มวัยรุ่นที่อยู่หน้าโรงพักว่าขโมยของจนมีปากเสียงถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย จนตำรวจในโรงพักต้องออกมาห้ามเหตุการณ์ และควบคุมตัวจ่าแซมไปสงบสติอารมณ์ภายในโรงพัก




