สลดลุงภารโรงช่วยเด็กจมน้ำก่อนดับคู่ ชาวบ้านขนลุกบอกอาถรรพ์แรง

ลุงภารโรงกระโดดน้ำช่วยเด็กนักเรียนอายุ 12 ในแม่น้ำ แต่สุดท้ายกลับจมหายไปทั้งคู่ ชาวบ้านบอกจุดนี้อาถรรพ์แรง
(17 ต.ค. 66) ผู้สื่อข่าวติดตามกรณีกู้ภัยช่วยกันระดมตามหาร่างผู้สูญหายจากการจมน้ำ เป็นชาย 2 ราย ผู้ใหญ่ 1 ราย เด็ก 1 ราย พื้นที่บ้านท่าต้นเกี๋ยง ม.7 ต.สันติสุข อ.พาน จ.เชียงราย จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับสะพานข้าแม่น้ำคาว ซึ่งมีระดับน้ำสูงประมาณ 3 ม. กระแสน้ำไหลเชี่ยว เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง ต.สันติสุข และ ต.แม่อ้อ อ.พาน จ.เชียงราย
เมื่อไปถึงได้มีหน่วยกู้ภัยจากหลายหน่วยงานลงพื้นที่ช่วยตามหาผู้สูญหาย ได้แก่ สมาคมกู้ภัยพาน กู้ชีพพานร่วมใจ กู้ชีพเจริญเมือง กู้ชีพอัมรินทร์ใต้จุดอำเภอแม่จัน กู้ชีพจาก อบต.ป่าหุ่ง อบต.สันมะเค็ด อบต.ม่วงคำ และฝ่ายปกครอง อ.พาน โดยมีญาติพี่น้องผู้เสียชีวิต และชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงที่ทราบข่าว มาติดตามการช่วยเหลือดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก
จากการสอบถามในเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือนายพันธ์ อายุ 58 ปี นักการภารโรงโรงเรียนบ้านเหมืองง่า ส่วนอีกคนคือ ด.ช.ศุภากร อายุ 12 ขวบ เด็กนักเรียนโรงเรียนเดียวกันกับที่นายพันธ์ทำงานอยู่ โดยช่วงเย็นวานนี้เด็กที่เสียชีวิตและเพื่อน รวม 4-5 คน พากันมาเล่นน้ำหลังจากเล่นฟุตบอลเพื่อคลายร้อน ก่อนที่มีเด็กคนหนึ่งได้จมน้ำ เพื่อนจึงวิ่งไปตามนักการภารโรงที่ขับรถผ่านมาพอดีเพื่อมาช่วย แต่โชคร้ายจมน้ำดับทั้งคู่
การค้นหาเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 17.25 น. วานนี้ ก่อนที่จะพบร่างของนายพันธ์ในเวลาประมาณ 20.00 น. ทีมค้นหาได้ค้นหาต่อจนถึงเวลา 23.00 น. ก่อนจะหยุดการค้นหาชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของทีมค้นหา และเริ่มการค้นหาอีกครั้งในวันนี้ ก่อนที่จะเจอร่างของน้องศุภากรในช่วงสายวันนี้
นายวุฒิกร คำมา นายอำเภอ อ.พาน ที่มาติดตามดูแลการค้นหาด้วยกล่าวว่า ในนามของ อ.พาน ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย และอยากจะฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ พื้นที่ตรงนี้เหมาะจะพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของหมู่บ้าน แต่ก็ต้องระมัดระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย และอยากกำชับไปยังผู้ปกครองที่ดูแลเด็กเล็ก ไม่ควรปล่อยให้เด็กมาเล่นน้ำตามลำพัง เพราะแม่น้ำคาวแห่งนี้เป็นแม่น้ำสายใหญ่และค่อนข้างเชี่ยว ต้องช่วยกันระมัดระวัง และฝากขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ช่วยกันทำให้การค้นหาในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางศิริพร อายุ 52 ปี น้องสาวของนายพันธ์ผู้เสียชีวิตเล่าว่า นายพันธ์เป็นพี่ชายของตน เป็นคนที่ 5 จากพี่น้องทั้งหมด 6 คน อาศัยอยู่ที่บ้านกับลูกบุญธรรม ประกอบอาชีพเป็นนักการภารโรงอยู่ที่โรงเรียนบ้านเหมืองง่า และขับรถรับส่งนักเรียนด้วย และเวลาว่างก็จะเผาถ่านขาย
ช่วงเกิดเหตุทราบมาว่าพี่ชายกำลังจะไปดูเตาถ่าน ซึ่งเตาถ่านจะอยู่ที่อีกฝั่งของแม่น้ำคาว แยกไปทาง ต.เจริญเมือง แต่เมื่อขับรถซาเล้งมาก่อนจะถึงสะพานข้ามน้ำ ได้มีเด็กนักเรียนที่ขึ้นรถด้วยเป็นประจำ ได้มาดักเรียกข้างทางบอกว่าเพื่อนกำลังจมน้ำ พี่ชายก็เลยขับรถลงไปดู
ก่อนจะควักกระเป๋าสตางค์โยนไว้ใกล้ต้นไม้ และบอกเด็กๆไปตามคนอื่นมาช่วยอีกที ส่วนตัวเองกระโดดลงไปช่วยเด็ก แต่พี่ชายพอที่จะว่ายน้ำได้แต่ไม่เก่ง เมื่อโดดลงไปก็คงจะไม่อาจต้านแรงน้ำได้ จมเสียชีวิตทั้งพี่ชายและเด็กนักเรียน นับตั้งแต่จำความได้ ศพของพี่และเด็กนักเรียนที่จมน้ำครั้งนี้ถือเป็นศพ 5 และ 6 แล้ว ที่ไปตายที่จุดดังกล่าว
ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ก็มีหญิงชาวบ้านไปจมหอยที่จุดดังกล่าวก็จมน้ำเสียชีวิตเช่นกัน จนบางรายก็คิดว่าเป็นอาถรรพ์ เป็นเรื่องของตัวตายตัวแทน ก็มีเช่นกัน ในส่วนของตนก็มีคิดแบบนั้นบ้างเหมือนกัน แต่ตอนนี้รู้สึกเสียใจกับการสูญเสียที่กระทันหันจนเกินไป ไม่ทันได้ร่ำลากัน หลังจากนี้ทางญาติก็คงจะนำศพประกอบพิธีสวดอภิธรรม 2 คืน และจะทำพิธีฌาปณกิจในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้




