หมอกระเป๋าอาละวาด เร่ฉีดยาปริศนาให้ชาวบ้าน

หมอกระเป๋าสูงวัยอาละวาดในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เร่ฉีดยาตามบ้าน อ้างรักษาโรคให้ร่างกายแข็งแรง คิดค่าบริการครั้งละ 3,000 - 4,000 บาท พอขอดูบัตรถึงกับเผ่นแน่บขึ้นรถหนี
(25 พ.ย. 66) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเรื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.นายางกลัก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ว่าที่หมู่บ้านมีชายสูงวัยอ้างตัวว่าเป็นหมอ เปิดคลินิกอยู่ที่ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ มาตรเวนรับรักษาอาการเจ็บป่วยของชาวบ้าน ด้วยการฉีดยาซึ่งไม่มีใครทราบว่าเป็นยาอะไร จึงลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว
นางสอน อายุ 66 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่เข้ารับการรักษาเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าตนมีอาการปวดขามานาน เคยไปรักษากับหมอที่โรงพยาบาลมาหลายครั้งแล้วก็ไม่หาย พอได้ยินเรื่องของชายที่อ้างว่าเป็นหมอก็ไปลองรักษาดู เพราะเห็นว่าเป็นคนมีอายุแล้ว น่าจะเชื่อถือได้ แถมเพื่อนในหมู่บ้านที่ไปให้ชายคนดังกล่าวฉีดยาให้ก็บอกว่าพอฉีดแล้ว อาการของโรคที่เป็นอยู่ก็ดีขึ้น จึงตัดสินใจรักษาด้วย
ชายคนดังกล่าวได้มาที่บ้านของตนเพื่อฉีดยาให้ คิดค่าบริการ 4,000 บาท แต่สามารถผ่อนจ่ายได้ เริ่มต้นที่ 100 บาท ในวันนี้นอกจากตนแล้วก็มีเพื่อนในหมู่บ้านอีกราว 10 คนที่มารับการฉีดยา ระหว่างที่ตนฉีดยาเสร็จแล้วและนั่งคุยกับเพื่อนบ้านอยู่ หลานสาวก็กลับมาเจอ และเข้าไปสอบถามข้อมูลกับหมอคนดังกล่าว ก่อนที่หมอจะผลุนผลันออกไป
นางนิตยา หลานสาวของนางสอนเล่าว่าตนกลับมาถึงบ้านเห็นชายคนดังกล่าวเปิดรักษาอยู่ ตนมีความสงสัยเพราะรถของชายคนดังกล่าวก็ไม่มีตราสัญลักษณ์ของราชการ ตัวชายคนดังกล่าวท่าทางก็ดูเป็นชาวบ้านธรรมดา ตนเข้าไปตามหาเอกสารที่จะยืนยันว่าชายคนดังกล่าวเป็นหมอจริงๆ กลับไม่สามารถแสดงเอกสารใดได้ ชายคนดังกล่าวแสดงอาการไม่พอใจที่ตนเข้าไปถาม ก่อนที่จะเก็บของรีบขับรถออกจากหมู่บ้านไป
หลังชายคนดังกล่าวจากไป ตนถูกชาวบ้านที่มารอรักษาไม่พอใจ กล่าวหาว่าตนเป็นต้นเหตุให้หมอกลับและไม่รู้ว่าหมอจะมารักษาที่หม่บ้านอีกหรือไม่ ตนยืนยันว่าหากชายคนดังกล่าวเป็นหมอจริงๆ ตนก็ไม่มีเจตนาที่จะเข้าไปขวางการรักษา แต่ถ้าเป็นมิจฉาชีพที่แอบอ้างมาก็ขอให้หยุดเสีย นางนิตยาบอกอีกว่าตอนนี้ตนมีความกังวลเรื่องสุขภาพของคนที่ได้รับฉีดยาไปแล้วว่าจะปลอดภัยหรือไม่ เนื่องจากไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉีดคืออะไรแน่
ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ ทราบว่าทาง รพ.สต. ไม่มีนโยบายส่งเจ้าหน้าที่ออกเร่รักษาแล้วเรียกเงินจากชาวบ้าน แลอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าชายคนดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป




