ดักยิงชายวัย 60 ปีดับคาไร่มันสำประหลัง คาดแค้นส่วนตัว-ชู้สาว

ดักยิงชายวัย 60 ปีเสียชีวิตคาไร่มันสำประหลัง คาดแค้นส่วนตัว-ชู้สาว
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 24 เมษายน 2567 ร.ต.อ. ชินาธิป บัวเข็มรอง สว. (สอบสวน) สภ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตในไร่มันสำปะหลัง ด้านทิศตะวันออกบ้านโคกกลาง หมู่ 13 ต.โคกกลาง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปฐวี ก้อนวิมล ผกก.สภ.โนนสะอาด และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแพทย์เวรโรงพยาบาลโนนสะอาด , อาสากู้ภัยตำรวจทางหลวงจุดบริการโนนสะอาด รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ เป็นทางเข้าไร่มันสำประหลัง อยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร พบศพนายพิจิตร ว่องไว อายุ 60 ปี ชาวหมู่ 2 ต.โคกกลาง อ. โนนสะอาด จ.อุดรธานี นอนคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดแขนยาวสีแดงน้ำเงิน กางเกงขายาวลายพราง สวมรองเท้าบูท มือขวากำมีดพร้า และพบขวานตกอยู่ใกล้ศพ และรถแทรกเตอร์ของผู้เสียชีวิตจอดอยู่ห่างออกไป 4 เมตร
จากการชันสูตรพบว่า ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกปลายเข้าหน้าอก 5 ลูก กระสุนฝังใน มีเลือดออกปาก เสียชีวิตมาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนนำศพไปผ่าลูกกระสุนเก็บไว้เป็นหลัก ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี

สอบสวน นายสมาน หีบแก้ว อายุ 60 ปี คู่เขยของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกับผู้เสียชีวิตนัดกันมาขุดมันสำประหลังที่ไร่ของผู้เสียชีวิต พื้ยที่ประมาณ 10 กว่าไร่ เวลา 04.00 น. ผู้เสียชีวิตขับรถแทรกเตอร์ออกจากบ้านมาก่อน ส่วนตนขับรถอีแต๊กออกมาเวลาประมาณ 05.00 น. เมื่อมาถึงก็พบผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่ในไร่มัน ครั้งแรกนึกว่าวูบเป็นลม จึงเดินไปพลิกร่างขึ้น จึงรู้ว่าถูกยิงเสียชีวิต
ผู้ตายไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร ไม่เคยมีศัตรู เป็นคนขยันทำงานทำไร่ทำนา ไม่เคยมีเรื่องยาเสพติด แต่เรื่องชู้สาวก็มีบ้าง เพราะผู้เสียชีวิตจะเป็นคนเจ้าชู้ จะมีผู้หญิงรุ่นน้องในหมู่บ้านมาชอบพออยู่ แต่ยังไม่ถึงขั้นมีเรื่องราว
นายบัวลี ว่องไว อายุ 88 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกชายเป็นคนขยันทำงานมาก ผู้เสียชีวิตมีลูกสาว 2 คน ทำงานส่งลูกสาวคนโตเรียนจบพยาบาล ส่วนลูกสาวคนเล็กทำธุรกิจส่วนตัว ยืนยันว่า ลูกชายไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร แต่รู้ว่าลูกจะมีนิสัยเจ้าชู้บ้างตามประสาลูกผู้ชาย ตนทราบข่าวว่าลูกถูกยิงเสียชีวิต ก็รีบออกมาดู อยากจะรู้ว่าใครเป็นคนยิง อยากเห็นหน้า ทำไมถึงทำกันขนาดนี้
ตนอยากฝากถึงคนร้ายที่มายิงลูกชายว่า ตนเสียใจมาก อยากให้มามอบตัว แล้วอยากรู้สาเหตุว่ายิงลูกของตนทำไม อยากให้ตำรวจจับตัวได้โดยเร็ว หรือให้คนร้ายมามอบตัวกับตำรวจ

ขณะที่ นางสุดตา ว่องไว อายุ 58 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า กินอยู่ด้วยกันมา 37 ปี สามีเป็นคนขยันทำงาน ไม่เคยมีทะเลาะกับใคร แต่จะมีนิสัยเจ้าชู้ และไปคบหาชอบพอกับผู้หญิงม่ายในหมู่บ้าน ประมาณ 4-5 ปี แต่พอตนทราบเรื่อง สามีก็บอกเลิกกับหญิงคนดังกล่าว แต่ผู้หญิงก็ส่งข้อความมาทางไลน์ตลอด ก่อนเกิดเหตุเมื่อ 3 วันก่อน มีผู้หญิงม่ายสาวอายุประมาณ 40 กว่าปี ที่สามีไปคบหา ส่งข้อความทางไลน์มาหาสามีว่า "ทำไมไม่ตอบไลน์ จะให้ตามไปถึงบ้านไหม" ตนเห็นจึงตอบไปว่าอย่าส่งมาอีก เพราะผู้ชายมีลูกเมียแล้ว
ส่วนสาเหตุปมสังหาร ตนคาดว่าผู้หญิงที่สามีไปคบหาแล้วบอกเลิกจะโกรธแค้น ที่ไม่ได้ครอบครองสามีตน เพราะสามีเลือกจะอยู่กับครอบครัว จึงไปดักยิงสามีของตนหรือจ้างคนไปยิงขณะขับรถแทรกเตอร์ไปขุดมันสำปะหลังที่ไร่

ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายมีความโกรธแค้นผู้ตายเป็นการส่วนตัว และรู้ว่าจะมาเก็บกู้มันสำประหลังในไร่ จึงถือปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ หรือชาวบ้านเรียกอีโบ๊ะ มาดักรอผู้ตายอยู่ไร่มันสำประหลัง พอผู้เสียชีวิตขับรถแทรกเตอร์มาถึง คนร้ายได้ถือปืนออกมาหาพร้อมกับพูดต่อว่า หรือมีการพูดคุยกันก่อน ทำให้ผู้เสียชีวิตถือมีดและขวานลงจากรถแทรกเตอร์มาต่อสู้ แต่โดนคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงสวนทำให้เสียชีวิตคาที่
โดยตำรวจ ตั้งปมสังหารไว้ที่ขัดแย้งส่วนตัวในแนวเขตที่ดินและเรื่องชู้สาว เพราะผู้เสียชีวิตเคยไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงม่ายในหมู่บ้าน แต่ก็เลิกกันไปแล้ว เนื่องจากถูกเมียจับได้ว่ามีกิ๊ก อาจจะทำให้คนที่รักหญิงม่ายคนดังกล่าวโกรธแค้น จึงมาดักยิง อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจะได้สืบสวนหาคนร้ายที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





