เร่งขจัดคราบ"น้ำมันดิบรั่ว"กลางทะเลชลบุรี เผยกระทบหาดบางแสน - เกาะสีชัง

เร่งขจัดคราบ"น้ำมันดิบรั่ว"กลางทะเลชลบุรี เผยกระทบหาดบางแสน - เกาะสีชัง

อัปเดต ปฎิบัติการขจัดคราบน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลชลบุรี บางแสน - เกาะสีชัง ได้รับผลกระทบ จนท.ขจัดได้แล้ว 80 %

(4ก.ย.66) จากกรณีเหตุการณ์“น้ำมันดิบรั่ว”ไหลบริเวณทุ่นผูกเรือกลางทะเล Thai Oil SBM-2 ของโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดเหตุท่อแตกระหว่างทำการดิสชาร์จสินค้าให้กับเรือ สัญชาติ ปานามา เดินทางมาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย มาส่งสินค้า ซึ่งจอดผูกทุ่นเทียบเรือ SBM ห่างจากเกาะสีชังไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 2.5 ไมล์ บริเวณท่าเรือ SBM 2 ทำให้น้ำมันรั่วไหลประมาณ 3 นาที และเกิดฟิล์มบนผิวน้ำประมาณ 100 ตารางเมตร ปริมาณที่รั่วไหล 70 ลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่เร่งทำการล้อมบูมน้ำมันที่รั่วไหลแล้ว และมีการใช้สารเคมีเพื่อคุมการกระจายของน้ำมัน โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ ร่วมปฏิบัติการสกัดคราบน้ำมัน  

ขณะที่บริษัทไทยออยล์ ได้ชี้แจงว่า ได้เข้าควบคุมสถานการณ์“น้ำมันดิบรั่ว”บริเวณที่เกิดเหตุทันที โดยได้ทำการปิดวาล์วท่อน้ำมันที่เกิดปัญหาและวางทุ่นล้อมคราบน้ำมันเพิ่มเติมเพื่อป้องกันและจำกัดการแพร่กระจายตามขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานสากล ทำให้ขณะนี้ไม่มีน้ำมันรั่วไหลเพิ่มเติมแล้วและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัทฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์โดยรอบจุดเกิดเหตุ รวมทั้งได้เตรียมสารเคมีและอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งดำเนินการขจัดคราบน้ำมัน โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน 

ตลอดทั้งวันเจ้าหน้าที่ได้ทำเร่งขจัดคราบน้ำมัน โดยล้อมบูมระยะห่างจากทุ่น 400 เมตร และจัดเรือเฝ้าระวังบริเวณที่เกิดเหตุ ทำการตรวจสอบทุก 30 นาที ยังไม่พบคราบน้ำมันเพิ่มเติม โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าฯ ชลบุรี นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ผอ.ศรชล.จ.ชลบุรี นายวีรชาติ พุทธรักษา ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ร.ต.อ. ขจรยศ เกื้อหนุน ผู้อำนวยการกองบริการ ท่าเรือแหลมฉบัง ป้องกันจังหวัด สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ ลงเรือที่กองบริหารท่าเรือแหลมฉบัง  โดยมี ร.ต.อ.ขจรยศ เกื้อหนุน ผู้อำนวยการกองบริการ ท่าเรือแหลมฉบัง อำนวยความสะดวก  

นายธวัชชัย เผยหลังจากลงเรือไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวจากหลายหน่วยนานกว่า 7 ชั่วโมง โดยขึ้นฝั่งมาเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ว่า การลงจุดเกิดเหตุตรวจสอบว่าน้ำมันรั่วไปในทิศทางใดและปริมาณเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้วางแผนในการแก้ไขขจัดคราบน้ำมัน โดยพบว่าท่อส่งบนผิวน้ำระเบิดและแตกออก ประมาณ 5 เมตร ซึ่งระบบวาล์ว สามารถตัดภายในเวลา 5 นาที ซึ่งทำให้น้ำมันไหลลงทะเลเพียง 4 - 6 หมื่นลิตร จากความจุของเรือประมาณ 3 แสนตัน 

นายธวัชชัย บอกอีกว่า ซึ่งถือว่าไม่มากนัก แต่กระแสลมแรงทำให้คราบน้ำมันไปกระจายเร็ว ซึ่งคณะทำได้เร่งขจัดคราบน้ำ โดยใช้วิธีตัดคราบน้ำเป็นช่วง ๆ ซึ่งล่าสุดสามารถขจัดคราบน้ำได้แล้วประมาณ 80 % ส่วนที่เหลือประมาณ 20 % ได้กระจายไปท้ายเกาะสีชังบาง ๆ และและอาจไปถึงบางแสนเล็กน้อยตามทิศทางลม เนื่องจากวันนี้กระแสลงแรง ส่วนที่หาดพัทยาคราบน้ำมันไปไม่ถึงแน่นอน สำหรับคราบน้ำมันที่เห็นในวันนี้เป็นก้อนเก่าตั้งแต่เมื่อคืนที่เกิดเหตุ วันนี้ไม่มีการรั่วไหลเพิ่มแต่อย่างใด  

สำหรับแผนการจัดเก็บคราบน้ำมันที่เหลือและอาจขึ้นฝั่ง ทางคณะทำงานได้มีการวางกำลังจากกองทัพเรือ ประมาณ 100 - 200 นาย ไปเฝ้าระวังหากพบก็จะดำเนินการจัดเก็บทันที ตั้งแต่เช้าวันพรุ่งนี้ 

เบื้องต้นขอให้พี่น้องประชาชนทั่วไปไม่ต้องวิตกกังวลมากนักเพื่อคราบน้ำมันที่รั่วไม่มากนัก และสามารถขจัดคราบน้ำน้ำมันได้อย่างรวดเร็ว ส่วนในเรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้นหลังจากนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคงต้องมาหารือกัน โดยนำบทเรียนจากระยองว่าสุดท้ายแล้วชาวประมงได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน อาหารทะเลมีผลกระทบหรือไม่อย่างไร  

ซึ่งขณะนี้สาธารณสุขก็ได้ออกมาเตือนแล้วให้ระมัดระวังส่วนสารเคมีที่ใช้ในการขจัดคราบน้ำมันก็เป็นสารที่ใช้โดยทั่วไปและได้รับอนุมัติจากกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต และสุดท้ายก็ย่อยสลายไปตามธรรมชาติ ส่วนเรื่องของคดีความ กรมเจ้าท่าคงแจ้งความดำเนินกับไทยออยล์ ทั้งนี้ได้รับการยืนยันว่าไทยออยล์พร้อมที่จะรับผิดชอบค่าเสียงหายหมดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง