หนุ่มโพสต์แชร์ประสบการณ์ นำรถเข้าซ่อมในอู่ดัง หลังซ่อมเสร็จเด็กอู่เอาไปขับลองเครื่อง สุดท้ายเสียหลักข้ามเลนชนเก๋ง 2 คัน เสาไฟล้ม 1 ต้น รถพังยับ เจ้าของอู่บอกปัดไม่ขอรับผิดชอบ ต้องจ่ายค่าซ่อมเองกว่าครึ่งล้าน

เอารถซ่อมอู่ดัง ซ่อมเสร็จเด็กอู่เอาไปขับลองเครื่อง สุดท้ายชนยับ
6 พ.ย. 66 ผู้สื่อข่าวติดตามกรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์แชร์ประสบการณ์ หลังได้นำรถยนต์ไปส่งซ่อมในอู่ดังแถวในพื้นที่ อ.เมืองเชียงราย แต่หลังซ่อมเสร็จช่างในร้านได้นำรถออกไปลองขับ แต่เกิดอุบัติเหตุเสียหลัก พุ่งข้ามเลนไปชนกับรถเก๋ง 2 คัน ก่อนจะพุ่งชนเข้ากับเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น 1 ต้น ส่วนรถที่นำไปซ่อมได้รับความเสียหายทั้งคัน แต่สุดท้ายเจ้าของร้านไล่พนักงานที่นำรถไปลองเครื่องออก และบอกปัดไม่รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น จึงนำเรื่องราวลงโพสต์ในสื่อโซเซียล หวังเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ใช้รถเลือกซ่อมกับอู่ซ่อมที่รู้จักและน่าไว้ใจ

นาย วีระศักดิ์ อายุ 31 ปี ชาว ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนมีธุระแถวในตัวเมืองเชียงราย ตอนบ่ายจึงแวะนำเอาปั้มติ๊กหรือปั๊มเชื้อเพลิงที่ซื้อมา ไปให้อู๋รถชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในแวดวงคนชอบรถแต่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขต อ.เมืองเชียงราย โดยทางร้านบอกว่าต้องใช้เวลาติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวประมาณ 3 ชม. และแนะนำให้ไปนั่งรอที่ร้านกาแฟที่อยู่ติดกัน
โดยบอกว่าหากรถซ่อมเสร็จก็จะมาเรียก แต่ช่วงประมาณ 4 โมงเย็น ตนได้รับการติดต่อมาว่า รถของตนถูกนำไปทดลองขับโดยช่างซ่อมคนหนึ่งซึ่งอยู่ภายในอู่ซ่อมดังกล่าว โดยรถพุ่งเสียหลักข้ามถนนมาชนเข้ากับรถยนต์เก๋ง 2 คันที่กำลังขับมุ่งหน้าไปทาง อ.เทิง จนได้รับความเสียหาย ส่วนรถของตนยังพุ่งต่อจนไปชนเข้ากับเสาไฟฟ้าแรงสูงที่หน้าสถานีการไฟฟ้าท่าสาย ต.ท่าสาย อ.เมืองเชียงราย เด็กอู่ที่นำรถออกมาลองเครื่อง ได้รับบาดเจ็บกระโหลกร้าว ม้ามแตก ส่วนรถคู่กรณีที่โดนชนมี 2 คัน ได้รับความเสียหายที่บริเวณช่วงด้านท้ายรถ ส่วนคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บ
โดยหลังเกิดเหตุทางเจ้าของอู่ได้ไปลงบันทึกไกล่เกลี่ยที่ สภ.เมืองเชียงราย โดยทางอู่ยินดีจะจ่ายส่วนต่างที่เกินมาจากส่วนที่บริษัทฯประกันจะต้องจ่าย มี ร.ต.อ.ธีรกิตติ์ ไชยสุภาพ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย เป็นผู้ลงบันทึก

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า ภายหลังจากที่ทางอู่ซ่อมได้แต่งตั้งทนาย ก็มีท่าทีเปลี่ยนไป ทั้งบ่ายเบี่ยงที่จะจ่ายค่าซ่อม ค่าเสียผลประโยชน์จากการไม่ได้ใช้รถ และยังบอกว่าเป็นความผิดของเด็กที่เอารถออกไปขับ ทางร้านไม่มีส่วนรู้เห็น แต่ตนคิดว่าเป็นช่วงเวลาทำงาน และเจ้าของร้านก็อยู่ควบคุมอยู่ในร้านตลอด จะอ้างไม่รู้เห็นเช่นนี้ไม่ได้ และตนยังมีหลักฐานเป็นภาพกล้องหน้ารถ ตั้งแต่ตอนขับเข้าไปในร้าน เห็นภาพภายในร้าน ช่างซ่อมที่อยู่ภายในร้าน
ตลอดจนภาพขณะที่หนึ่งในช่างซ่อม ถอยรถออกมาจากร้านและนำรถออกไปขับลองเครื่อง โดยได้ขับออกจากร้านเพื่อกลับรถตรงจุดกลับรถ ซึ่งจากในภาพจะพบว่าช่างซ่อมขับรถด้วยความเร็ว และเสียหลักควบคุมรถไม่ได้ ก่อนที่ภาพในกล้องจะตัดไป และเกิดอุบัติเหตุตามที่ได้เล่าไป

ผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า ตอนหลังเกิดเหตุ ตนได้เสนอให้ทางอู่ปิดไฟแนนซ์และคืนซากรถ ให้กับไฟแนนซ์ เพื่อนำเงินที่ส่วนที่จะได้คืนมาประมาณ 2 แสนกว่าบาทไปดาวน์รถคันใหม่ แต่ทางอู่ไม่ยอม ยืนยันว่าจะซ่อม โดยหลังเกิดเหตุไม่นาน ทางบริษัทฯประกันได้ลากรถไปเข้าอู่ซ่อมที่ กทม. โดยได้ส่งเอกสารประเมินราคา เป็นเงิน 660,567.71 บาท
ตนก็สอบถามไปที่ทนายของทางอู่ แต่ทนายบอกว่าทางอู่ไม่ขอรับผิดชอบ ต้องไปฟ้องร้องเอาเอง ตนก็คิดว่าตัวเองหาเช้ากินค่ำ มีอาชีพรับจ้างขับรถรับส่งน้ำมันดิบ หากจะต้องไปเสียเวลาต่อสู้คดีก็คงไม่เป็นผลดี เพราะเสียทั้งเงินและเวลา จึงตัดใจยอมจ่ายค่าซ่อมเอง เป็นเงิน 480,567.71 บาท โดยมีบริษัทประกันจ่ายค่าซ่อมให้ 180,000 บาท (ถ้าคืนซากจะได้เงิน 280,000 บาท)
"ที่ตนนำเรื่องราวดังกล่าวไปโพสต์ลงในสื่อโซเซียล ไม่ได้มีเจตนาจะไปทำลายชื่อเสียงของอู่ซ่อม หรืออยากได้เงินที่เสียไปคืน แต่อยากจะเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ใช้รถ หากจำเป็นต้องนำรถเข้าอู่ซ่อม ให้เลือกใช้บริการอู่ซ่อมที่รู้จักมักคุ้นกัน มีประวัติน่าเชื่อถือ จะได้ไม่ต้องเสียความรู้สึกเหมือนกับกรณีของตน" นายวีระศักดิ์ กล่าว




