จับหนุ่มขับกระบะป้ายแดงถอดเบาะขนแรงงานต่างด้าวอัดแน่นในรถ 10 คน

ตำรวจทางหลวงจับหนุ่มขับกระบะป้ายแดง ถอดเบาะขนแรงงานต่างด้าวอัดแน่นในรถ 10 คน เผยลักลอบเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ เสียค่านายหน้า 18,000-25,000 บาทต่อคน
วันที่ 27 ธันวาคม 2566 พ.ต.ต.ปภินวิทย์ อุดมพร สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้รถยนต์สายตรวจของตำรวจทางหลวง เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบสังเกต ตรวจหารถยนต์ที่มีการลักลอบขนแรงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จากจังหวัดทางภาคเหนือ มาตามถนนสายหลักสายรอง เพื่อมาส่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
โดยเมื่อเวลาประมาณ 02.40 น. ขณะที่รถยนต์สายตรวจตำรวจทางหลวงอยุธยา ออกตรวจป้องกันเหตุอยู่บนถนนพหลโยธิน ขาเข้ากรุงเทพมหานคร หลักกิโลเมตรที่ 79 พื้นที่ ต.ชะแมบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พบเห็นรถยนต์กระบะ โตโยต้า สีเทา ป้ายแดง หมายเลขทะเบียน ก–5233 พิษณุโลก ขับผ่านโดยมีน้ำหนักที่รถยนต์มากว่ารถยนต์ปกติ ทั้งที่ภายในกระบะ ไม่สิ่งของบรรทุกมา จึงได้ขับรถติดตามไป พร้อมกับเปิดไซเรนและเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ
จากการตรวจสอบ มีนายเดชาวัต แซ่ม้า อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดตาก เป็นคนขับรถ ภายในรถพบว่า มีแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา นั่งอัดแน่นมาในรถจำนวน 10 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 5 คน ตรวจไม่พบหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการถอดเบาะโดยสารภายในรถออก
นายเดชาวัต ยอมรับว่า เมื่อช่วงเย็น(26 ธ.ค.66) มีนายหน้าคนไทย ไม่ทราบชื่อ ได้ติดต่อว่าจ้างให้ไปรับแรงงานชาวเมียนมา ที่ริมถนนสาธารณะ ใน อ.วังเจ้า จ.ตาก ไปส่งที่ จ.ปทุมธานี กระทั่งมาถูกตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ ก่อนหน้านี้ได้เคยรับจ้างขนแรงงานต่างด้าวมาแล้ว 2-3 ครั้ง
สอบถามแรงงานต่างด้าว ทราบว่า ได้เดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติ เข้ามมาในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และจะมีคนพาออกมาขึ้นรถ เพื่อจะเข้ามาหางานทำในประเทศไทย โดยเสียค่าใช้จ่ายจำนวน 18,000-25,000 บาทต่อคน

เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จึงแจ้งข้อหาคนขับ “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัยซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นการจับกุม” ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้งหมด แจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมควบคุมตัวคนขับรถยนต์กระบะ และงานต่างด้าวทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย ดำเนินคดี โดยจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพระนครศรีอยุธยา ผลักดันแรงงานต่างด้าวกลับประเทศต่อไป




