รวบหนุ่มมหาภัย ยกเค้าบ้านแฟนหนุ่ม 5 ล้านบาท

ข่าวเวิร์คพอยท์
รวบหนุ่มมหาภัย ยกเค้าบ้านแฟนหนุ่ม 5 ล้านบาท

รวบหนุ่มมหาภัย ตีสนิทเหยื่อที่เป็นชายรักชายแล้วขอเข้าไปอยู่ที่บ้าน อ้างเพิ่งพ้นโทษมาไม่มีที่อยู่ พอได้เข้าบ้านก็ช่วยเหลือดูแลแม่ที่ป่วยจนได้รับความไว้วางใจ ก่อนยักยอกทรัพย์สินในบ้านไป ของมีค่า 5 ล้านบาทเกลี้ยงเซฟ

(26 ส.ค. 66) ตำรวจกองปราบเข้าจำบกุมตัว นายศุภนรินทร์ หรือวิน อายุ 30 ปี ได้ที่อพาร์ตเมนจ์แห่งหนึ่ง ย่าน ถ.ราษฎร์อุทิศ หรือย่านเขต 8 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยนายวินเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.พัทลุง ในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

โดยก่อนหน้านี้นายเบิร์ด(นามสมมติ) อายุ 39 ปี ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทลุง โดยบอกว่าตนกับนายวินผู้ต้องหานั้นรู้จักกันมาก่อน ก่อนที่จะพบกันอีกครั้งที่ กทม. นายวินมาบอกว่าไม่มีที่ไป เนื่องจากเพิ่งพ้นโทษมาข้อหาพยายามฆ่าพ่อเลี้ยง ที่ จ.เชียงราย ด้วยความสงสารจึงให้มาอยู่ที่บ้านด้วยกัน

ระหว่างที่อาศัยอยู่ที่บ้าน นายวินได้เข้าไปดูแลแม่ของนายเบิร์ด ที่อายุ 70 ปี และป่วยอยู่ ช่วยเหลือดูแลงานบ้านทุกอย่าง รวมถึงช่วยกิจการที่บ้านด้วย จนคนในบ้านรักและไว้ใจนายวิน

จนมาระยะหลังนายวินเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป และเริ่มมีเงินและของมีค่าในบ้านหายไป ที่หนักสุดคือมอมยานายเบิร์ดแล้วแอบโอนเงินออกจากบัญชี 5 แสน ก่อนที่วันที่ 15 ก.พ. นายวินจะหนีออกจากบ้าน และนายเบิร์ดติดต่อไม่ได้อีกเลย

เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินภายในบ้านพบว่า ตู้เก็บสิ่งของมีค่า และตู้เซฟ ถูกงัด ทั้งเงินสด เครื่องทอง แหวนเพชร โดยเฉพาะสมบัติของแม่ที่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ และเครื่องทองเครื่องเพชรในวันแต่งงานของแม่หายไป รวมมูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทลุง

หลังถูกจับกุม นายวิน ก็ยอมรับสารภาพว่า ก่อเหตุบ้านชายหนุ่มคู่ขาที่ จ.พัทลุง จริง โดยทรัพย์สินที่ได้มาเอามาขายกินหมดแล้วตั้งแต่เดือนแรกที่ขโมยมา โดยอ้างว่า มูลค่าทรัพย์สินที่ขายได้แค่ไม่กี่แสน ไม่ได้สูงถึง 5 ล้านบาทตามที่นายเบิร์ดกล่าวอ้าง

และยังบอกอีกว่า รู้สึกผิดที่ทำกับเพื่อนชายคนนี้ โดยเฉพาะแม่อายุ 70 ปี ที่ป่วย ซึ่งรักและเป็นห่วงจริงๆ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันดูแลเป็นอย่างดี พร้อมกับอ้างว่า ที่มาอาศัยอยู่ที่บ้าน เพราะ เพื่อนชายคนนี้ชวนมาอยู่ด้วยกัน โดยก่อนหน้านี้ก็เคยถูกจับกุมในคดีลักทรัพย์ และต้องโทษติดคุกมา 7 ปี เมื่อปี 59 และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปี 65 

หลังจากนี้ตำรวจก็จะส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองพัทลุง พื้นที่เกิดเหตุต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง