ลามไม่เลิกตัดไม้พะยูงขายเพิ่มแห่งที่ 11 จี้ สตง.สอบเส้นทางรายรับธนารักษ์

ข่าวเวิร์คพอยท์
ลามไม่เลิกตัดไม้พะยูงขายเพิ่มแห่งที่ 11 จี้ สตง.สอบเส้นทางรายรับธนารักษ์

โผล่รายวัน คำสั่ง สพม.เมืองน้ำดำ ตั้ง จนท.ธนารักษ์ เปิดช่องตัดไม้พะยูงใน รร.เป็นจุดที่ 11 แล้ว คาดมีอีกหลายแห่ง จี้ สตง.สอบเส้นทางรายรับธนารักษ์ โดยเฉพาะกรณีขายไม้พะยูง

วันที่ 18 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเครือข่ายภาคประชาชน ว่าได้ส่งข้อมูลการประเมินราคาไม้พะยูงอีกแห่งหนึ่ง ให้กับฝ่ายความมั่นคง เพื่อส่งต่อไปยังคณะทำงานตรวจสอบเชิงลึก และ จนท.ชุดตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีตัดไม้พะยูงในโรงเรียน พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นแห่งที่ 11 ในช่วงเดือน ส.ค.- ก.ย.ปีนี้ ที่มีการตัดไม้พะยูงในที่ราชพัสดุจำหน่าย โดยมีรายชื่อข จนท.ธนารักษ์คนเดิม ปรากฏอยู่ด้วย

แหล่งข่าวระบุว่า ข้อความในหนังสือดังกล่าว มีต้นทางจากสำนักงานพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กาฬสินธุ์ ลงวันที่ 11 มกราคม 2566 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลาง จำหน่ายไม้พะยูงในที่ราชพัสดุ โดยหนังสือฉบับดังกล่าว ส่งถึง ผอ.รร.กมลาไสย เนื้อหาระบุ ได้ตัดต้นไม้พะยูงซึ่งโค่นล้ม เนื่องจากพายุฝนรุนแรง และตัดกิ่งไม้พะยูง เนื่องจากยื่นออกไปนอกบริเวณโรงเรียน 

พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลางต้นไม้ในที่ราชพัสดุเพื่อประมูลขาย พบ 1 ใน 3 มีชื่อของ จนท.ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ คนที่เคยปรากฏชื่อในการเป็นกรรมการประเมินราคาไม้พะยูงหลายโรงเรียนด้วย

ด้านนายนิยม กิติวงศ์ตระกูล ผอ.ส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การปรากฏชื่อ จนท.ธนารักษ์คนดังกล่าวในคำสั่งหลายโรงเรียน ในฐานะกรรมการประเมินราคากลาง สวนทางกับคำชี้แจงของธนารักษ์กาฬสินธุ์ ทั้งทางวาจาและหนังสือชี้แจงว่า ไม่เคยมี จนท.ธนารักษ์เข้าไปเกี่ยวข้อง

ขณะที่มีหลักฐาน ทั้งเอกสารและภาพถ่าย ที่ ผอ.โรงเรียน ครู และชาวบ้าน รวมทั้งแหล่งข่าวยืนยันตัวบุคคล แต่คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องยังปฏิเสธอย่างเดียว ทำแค่ส่งเอกสารชี้แจง ซึ่งไม่ครอบคลุมอีกหลายกรณี ตามที่ภาคประชาชน เครือข่ายรักษ์ไม้พะยูงและทรัพยากรธรรมชาติ แจ้งเบาะแสเข้ามา ซึ่งมีหลักฐานและพยานแวดล้อมยืนยันหลายคน

“เรื่องที่เกิดขึ้นกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา เอฟซีไม้พะยูงและคนรักษ์ไม้พะยูงในโรงเรียนจึงตกอยู่ในอาการงุนงง ที่เรื่องยังไม่ขยับถึงไหน แม้แต่เดี๋ยวนี้ ทั้งเลขาธิการ สพฐ. และอธิบดีกรมธนารักษ์ ตลอดทั้ง ป.ป.ช., ป-ป-ท. และองค์กรอิสระยังปิดปากเงียบ ไม่มีรายงานชี้แจงผลการตรวจสอบใดๆเกี่ยวกับคดีไม้พะยูงออกมาอีก ชาวบ้าน รวมทั้งครู นักเรียน จึงฝากความหวังไว้กับคณะทำงานเชิงลึก ที่จะทำการตรวจสอบย้อนหลัง และเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบข้อเท็จจริงปัญหาตัดไม้พะยูงในโรงเรียน ที่ทาง จ.กาฬสินธุ์ โดยผวจ.และ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ ในฐานะหัวหน้าทั้ 2 คณะ นอกจากนี้หลายคน อยากเรียกร้องไปถึง สตง.ให้ลงมาดูปัญหานี้ด้วย โดยเฉพาะตรวจสอบเส้นทางรับเงินรายได้จากการขายไม้พะยูงของสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ เพราะดูๆแล้ว เรื่องนี้เชื่อว่า มีคนของรัฐเกี่ยวข้องหลายคน และคาดว่าจะมีอีกหลายแห่งทั้ง 4 เขตการศึกษาใน 18 อำเภอของ จ.กาฬสินธุ์ คือ สพป.เขต 1, เขต 2, เขต 3 และ สพม.กาฬสินธุ์” นายนิยมกล่าว

ลามไม่เลิกตัดไม้พะยูงขายเพิ่มแห่งที่ 11 จี้ สตง.สอบเส้นทางรายรับธนารักษ์

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการตัดไม้พะยูงในที่ราชพัสดุและในโรงเรียน พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ที่ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ซึ่งได้แจ้งเบาะแสเข้ามายังฝ่ายความมั่นคง ในรอบเดือน ส.ค.- ก.ย.นี้ รวมแล้ว 11 แห่ง ประกอบด้วย 

(1) ลักลอบตัดที่สถานีเพาะชำกล้าไม้กาฬสินธุ์ 1 ต้น

(2) ลักลอบตัดก่อนขออนุญาตตัดที่โรงเรียนคำไฮวิทยา 22 ต้น 

(3) ลักลอบตัดและขออนุญาตตัดที่โรงเรียนหนองโนวิทยาคม 9 ต้น 

(4) ลักลอบตัดที่โรงเรียนห้วยเม็กวิทยา 1 ต้น

(5) ลักลอบตัดที่สถานีวนวัฒนวิจัยกาฬสินธุ์ 1 ต้น 

(6) ลักลอบตัดและขออนุญาตตัดที่โรงเรียนคุรุชนประสิทธิ์ศิลป์ 3 ต้น 

(7) ลักลอบตัดและขออนุญาตที่โรงเรียนหนองแวงบ่อแก้ว 6 ต้น 

(8) ลักลอบตัดที่โรงเรียนชุมชนดอนยูงวิทยายน 1 ต้น  

(9) ลักลอบตัดที่โรงเรียนบ้านสร้างแก้ว 1 ต้น 

(10) ขออนุญาตตัดที่โรงเรียนหนองกุงไทย 7 ต้น 

และล่าสุด แห่งที่ (11) ขออนุญาตตัดที่โรงเรียนกมลาไสย สังกัด สพม.กาฬสินธุ์

ขณะที่จุดที่ 11 ไม่พบเอกสารระบุจำนวนต้น และราคาประเมินขาย ชาวบ้านจึงเรียกร้องคณะทำงานเชิงลึก และเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วย เพราะกลัวเงินแผ่นดินจะสูญหาย เนื่องจาก ไม่เห็นทางกรมธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์รายงานเข้ามาเลย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง