สืบคลองตันรวบยกแก๊งโจ๋ ตระเวนลักจยย. พบประวัติโชกโชน

สืบคลองตันรวบยกแก๊งโจ๋ ตระเวนลักจยย. พบประวัติโชกโชนทั้งคดีลักทรัพย์และยาเสพติด เด็กสุดอายุ 18 ปี ตำรวจเร่งขยายผลตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 พ.ต.อ.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผกก.สน.คลองตัน , พ.ต.ท.ประเสริฐ จันทร์อักษร รอง ผกก.สส.สน.คลองตัน , พ.ต.ท.จักเรศ อุปถัมภ์ และ พ.ต.ท.กฤศณัฐฏ์ งามแสง สว.สส.สน.คลองตัน นำกำลังจับกุมนายวงศธร หรือฟ่าง เม็นแก อายุ 20 ปี , นายวิวัฒน์ หรือแบงค์ เศษพงศ์ อายุ 20 ปี และนายแกรม อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาแก๊งลักรถจักรยานยนต์
พร้อมของกลาง จยย.ฮอนด้า คลิก สีดำ 1 คัน , จยย.ฮอนด้า เวฟ สีเทาดำ 1 คัน หมวกกันน็อก สีดำ 2 ใบ , เสื้อคลุมแขนยาว สีเทา 2 ตัว , แผ่นป้ายทะเบียน จยย. 2 แผ่น ,อุปกรณ์ส่วนควบรถจยย. 7 ชิ้น และตะกร้าหน้ารถจยย. 2 อัน ได้บริเวณห้องพัก แฟลตเคหะเอื้ออาทรคู้บอน แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.
หลังจากตำรวจรับแจ้ง มีกลุ่มคนร้ายเข้ามาลงมือโจรกรรมรถจยย. ในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางการหลบหนี กระทั่งสืบทราบว่า นายวงศธร หนึ่งในผู้ต้องหา ได้หลบหนีมาอยู่ที่ห้องพักในเคหะเอื้ออาทรคู้บอน จึงนำกำลังไปตรวจสอบ นำไปสู่การจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ก่อนนำตัวสอบสวน ที่ สน.คลองตัน

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า นายวงศธร และนายวิวัฒน์ ได้รู้จักกับนายโอ๊ต(ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) อายุประมาณ 25 ปี เป็นคนชักชวน และนำอุปกรณ์ที่ใช้แทงเบ้ากุญแจรถจยย. มาให้นายวงศธร เป็นผู้ทำหน้าที่แทงเบ้ากุญแจ และลักเอารถจยย.คันที่ลักไป ซึ่งที่ผ่านนายวงศธร และนายวิวัฒน์ เคยก่อเหตุมาก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง โดยมีนายโอ๊ต ร่วมด้วย โดยครั้งแรกก่อเหตุในพื้นที่ สน.ลาดกระบัง และครั้งที่ 2 ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา
ส่วนครั้งล่าสุดที่ก่อเหตุในพื้นที่ สน.คลองตัน นายโอ๊ต ไม่ได้ไปร่วมก่อเหตุด้วย แต่เป็นนายแกรม ที่ไปร่วมก่อเหตุด้วยแทน โดยทุกครั้งที่ก่อเหตุ เมื่อได้รถจยย.มาแล้ว จะนำรถไปจอดไว้แถวใกล้ๆวัดพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ซึ่งมีนายโอ๊ต เป็นผู้ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานซื้อขายต่อไป แล้วจึงนำเงินมาแบ่งให้กับนายวงศธร และนายวิวัฒน์ ครั้งละประมาณ 1,500-2,000 บาท
ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พบว่า นายวงศธร เคยต้องหาคดี ปี 2561 สน.คันนายาว ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร” และปี 2566 สน.คลองตัน ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจร”

ส่วนนายวิวัฒน์ เคยต้องคดี ปี 2561 สน.คันนายาว ในข้อหา “มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 โดยผิดกฎหมาย” , ปี 2563 สน.คันนายาว ในข้อหา “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 โดยผิดกฎหมาย” และปี 2566 สน.คลองตัน ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปฯ”
ส่วนนายแกรม เคยต้องคดี ปี 2566 สน.คลองตัน เป็นบุคคลในภาพตามหมายจับ ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะฯ หรือร่วมกันรับของโจร”
เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะฯ หรือร่วมกันรับของโจร” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ตำรวจจะเร่งขยายผลนำตัวมาลงโทษให้ได้ต่อไป




