สาว 19 ปี ยันเอาผิด "นัทโอนไว" ให้ถึงที่สุด หลังโดนถีบกระเด็น

สาว 19 ปี ยันเอาผิด "นัทโอนไว" ให้ถึงที่สุด หลังโดนถีบกระเด็น ด้านนัทโอนไว เผยไม่ได้ตั้งใจทำร้าย ส่วนนายกสมาคมอีสปอร์ตฯ ลั่นไม่ยอมแน่นอน ทำเสียชื่อเสียงสมาคมฯ
จากกรณีมีภาพวงจรปิดบันทึกภาพขณะที่ "นัทโอนไว" บุกไปยังสำนักงานอีสปอร์ตเพื่อขอพบกับนายกสมาคมฯ แต่ไปพบกับหญิงอายุ 19 ปี ซึ่งเป็นนักกีฬาและเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าดูดูแลศูนย์ จากนั้นได้เจรจาขอเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว แต่ได้รับการปฏิเสธ จึงเกิดอารมณ์โมโหพยายามบุกเข้าไปภายศูนย์และขู่ทำร้ายน้องผู้หญิงดังกล่าว จากนั้นกลับออกมาทำร้ายร่างกายโดยการยกขาถีบอย่างเต็มแรงจนตัวน้องเซตามคลิปวงจรปิด
ล่าสุดวันนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนาย นายสรฉัตร ผลวัฒนา หรือ "นัทโอนไว" ซึ่งเคยตกเป็นข่าวดังมาแล้วเมื่อหลายปีก่อนในกรณีโอนเงินให้สาวแต่ไม่ได้เจอหน้า
นายสรฉัตร กล่าวว่า ตนเองเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าวเพื่อขอพบกับคุณเอกเพื่อติดต่อเรื่องงานเพราะตนเองเคยทำงานอยู่กับพี่เอกมาก่อน แต่ไปถึงได้ขอเบอร์กับน้องผู้หญิงอายุ 19 ปี และให้น้องช่วยติดต่อประสานงานให้แต่ได้รับการปฏิเสธ
"ตนเองจึงรู้สึกโมโหและเดินเข้าไปในร้านเขียนเบอร์โทรทิ้งไว้ให้ติดต่อกลับ โดยตนเองไม่ได้ตั้งใจทำ ตนเองเดินออกมาก็ได้ขอโทษน้องไปแล้ว มันเกิดอารมณ์ชั่ววูบและตั้งใจว่าจะไปขอโทษน้อง ยืนยันว่าตนเองไม่ตั้งใจทำจริง ๆ" นายสรฉัตร กล่าว
ขณะที่ หญิง อายุ 19 ปี บอกว่า ขณะเกิดเหตุตนเองอยู่ในออฟฟิศเพียงลำพังคนเดียว ผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาเคาะประตู ก่อนตนเองไม่รู้ว่าเป็นใครคิดว่าเป็นนักกีฬาหรืออาจจะเป็นตัวของพี่เอกเองเดินมาเคาะจึงไปเปิดประตูให้ด้วยความรู้ถ้าไม่ถึงการ
"หลังจากเปิดประตูแล้วจึงรู้ว่าเป็นนัทโอนไว จากนั้นผู้ก่อเหตุพยายามขอเบอร์ส่วนตัวหนู แต่หนูไม่ให้และพยายามให้หนูติดต่อพี่เอกให้ แต่หนูก็ไม่ได้ติดต่อให้ และพยายามเจรจาให้เขากลับบ้านไปแต่เขาก็ไม่ยอม จากนั้นได้มีการข่มขู่จะทำร้ายร่างกายด้วยการตบและถีบ จากเหตุการณ์นี้ยืนยันว่าจะดำเนินการทางคดีให้ถึงที่สุด"
ส่วนทางด้าน นายเอก ผลมาก นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตจังหวัดจันทบุรี ได้กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองจะไม่ยอมความอย่างแน่นอน เพราะทำให้สมาคมกีฬาอีสปอร์ตเสียชื่อเสียง โดยในขณะนี้ทางผู้ปกครองของเด็กที่อยู่ในสมาคมกีฬาอีสปอร์ตต่างไม่กล้าที่จะพาบุตรหลานเข้ามาเรียนหรือเข้ามาร่วมงานกับทางสมาคมฯ เนื่องจากเกรงกลัวว่านายนัดโอนไวจะเข้ามาก่อกวนหรือเข้ามาทำร้ายคนในสมาคมฯ เป็นเหตุให้ทางสมาคมฯเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก
ส่วนทางด้านคดีขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป




