แถลงรับ 41 คนไทยกลับบ้าน พบ 3 รายมีหมายจับติดตัว

กองกำลังผาเมืองตั้งโต๊ะแถลงรับคนไทย 41 กลับจากเมืองหนานเติ้ง หลังเกิดเหตุไม่สงบในรัฐฉานตอนเหนือ พบมี 3 คนที่มีหมายจับ พรบ.คอมพิวเตอร์และยาเสพติดติดตัว
(18 พ.ย. 66) ช่วงบ่ายวันนี้ ที่ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พล.ต.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแถลงข่าว กรณีทหารไทยรับตัวคนไทยที่หนีภัยการสู้รบในรัฐฉานเหนือเขตปกครองตนเองโกกั้งจากทหารเมียนมาจำนวน 41 คน
การกลับมาของคนไทยดังกล่าวเกิดจากสถานการณ์ความขัดแยังในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ ประเทศเมียนมา บริเวณเมืองล๊อกไก่ และหนานเติ้ง ทำให้คนไทยที่เดินทางไปทำงานในพื้นที่ได้รับผลกระทบและไม่มีความปลอดภัยรวมจำนวน 305 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในเขตเมืองเล้าก์ก่ายจำนวน 264 คน และอยู่ที่เมืองหนานเติ้งจำนวน 41 คน
พล.ต.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง กล่าวว่า กองทัพบกได้ดำเนินการช่วยเหลือคนไทยจากเมืองหนานเติ้ง ประเทศเมียนมา กลับสู่ประเทศไทย จากสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศเมียนมาในพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐฉาน บริเวณเมืองเล้าก์ก่ายและเมืองหนานเติ้ง ส่งผลให้คนไทยที่เดินทางไปทำงานในพื้นที่ได้รับผลกระทบ และเกิดความไม่ปลอดภัยจากสถานการณ์ดังกล่าว ประมาณ 305 คน แบ่งเป็นพื้นที่เมืองเล้าก์ก่าย ประมาณ 264 คน และพื้นที่เมืองหนานเติ้ง จำนวน 41 คน
ดังนั้น กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพบก และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงมูลนิธิเอ็มมานูเอล (IMF Thailand) ได้บูรณาการและประสานงานร่วมกับฝ่ายทหารเมียนมาผ่านกลไกของคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (TBC) ไทย - เมียนมา โดยยึดหลักการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน นอกจากนั้นยังได้รับความอนุเคราะห์จากอดีตผู้บังคับบัญชาของกองทัพบกที่มีความสัมพันธ์อันดีกับฝ่ายทหารเมียนมา รวมถึงเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ในการประสานงานช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบ ให้ได้กลับประเทศไทยอย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
การปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยได้ดำเนินการตามขั้นตอนเป็นลำดับ โดยมีหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ในฐานะคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย - เมียนมา (TBC) เป็นหน่วยปฏิบัติหลัก โดยเมื่อ 14 พ.ย. 66 ได้มีการเคลื่อนย้ายกลุ่มคนไทย จำนวน 41 คน ออกจากเมืองหนานเติ้ง ไปยังพื้นที่ปลอดภัยใน จ.เชียงตุง รัฐฉาน โดยได้เดินทางถึง จ.เชียงตุง เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 66 เวลา 21.00 น. โดยมีกำลังทหารเมียนมา (ภาคทหารบกสามเหลี่ยม) เป็นผู้ดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดห้วงเวลา และได้เคลื่อนย้ายออกจาก จ.เชียงตุง เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 66 เวลา 08.40 น. เพื่อเดินทางต่อไปยังจ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นจุดประสานที่กองทัพบก
โดยกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดเจ้าหน้าที่พร้อมยานพาหนะรับกลุ่มคนไทยกลับเข้าสู่ประเทศไทย บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแม่สายแห่งที่ 1 และเดินทางต่อไปยังมณฑลทหารบกที่ 37 อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เพื่อพักคอยและรับประทานอาหาร รวมถึงการรับการตรวจสุขภาพ โดยโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช ก่อนส่งต่อให้กับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงราย เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ กองทัพบกคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไทยเป็นหลัก จึงมีความจำเป็นในการนำเสนอข้อมูลเมื่อจบภารกิจสำหรับการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เมืองเล้าก์ก่าย ประมาณ 264 คน กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพบกและกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานกับประเทศเมียนมา เพื่อเตรียมการนำคนไทยจากเมืองเล่าก์ก่ายเคลื่อนย้ายให้เร็วที่สุดส่งกลับมายังประเทศไทยต่อไป
ผบ.กกล.ผาเมือง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนการปฏิบัติในห้วงต่อไป กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพบก กระทรวงการต่างประเทศ และทุกภาคส่วน จะบูรณาการและประสานการปฏิบัติโดยใกล้ชิดในทุกมิติ เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่รวมทั้งการตรวจสอบจำนวนคนไทย ที่รอการอพยพหรือยังตกค้างในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมการรองรับในทุกสถานการณ์ รวมถึงการพัฒนาและปรับปรุงแผนการเคลื่อนย้ายคนไทยกลับประเทศให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละห้วงเวลา ทั้งนี้ ขอขอบคุณฝ่ายทหารเมียนมา (ภาคทหารบก.สามเหลี่ยม และกองบังคับการยุทธศาสตร์ท่าขี้เหล็ก) ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการนำคนไทยในพื้นที่เมืองหนานเติ้งทั้ง 41 คน กลับเข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าเรื่องการส่งกลับคนไทยที่เหลืออยู่ทางกองทัพบกจะได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
สำหรับกระบวนการคัดกรอง ซึ่งจะมีทั้งการคัดกรองโรค ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จาก รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช มาคอยดูแล และการคัดกรองของ ตม. และ พม. คาดว่าจะใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งถึงจะปล่อยตัวกลับบ้านโดยในระหว่างการคัดกรอง ทาง ททบ.37 ได้จัดเตรียมสถานที่พักไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.เชียงราย กล่าวว่า หลังจากได้รับตัวทั้ง 41 คนมาแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองว่าเป็นการค้ามนุษย์หรือไม่ หากเข้าข่ายก็จะแยกออกมาดำเนินการต่อไป หากบุคคลมีหมายจับหรือคดีติดตัวก็จะจับกุมแล้วส่งไปตามหมายจับต่อไป ส่วนการเดินทางออกนอกประเทศนั้นเท่าที่ดูเบื้องต้นพบว่าออกไปอย่างถูกต้องผ่านทางสนามบิน ส่วนที่มีข้อมูลหลุดมาก่อนหน้าว่ามี 3 คน ที่มีหมายจับจากประเทศไทย เป็นคดีเกี่ยวกับ พรบ.คอมพิวเตอร์ และคดียาเสพติด ทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบปากคำและตรวจสอบรูปพรรณสันฐานของผู้ต้องหา และเตรียมพร้อมในการดำเนินคดีตามหมายจับที่มีอยู่ สำหรับคนที่เหลือจะได้มีการคัดกรองทางด้านสหวิชาชีพ พร้อมกับสอบปากคำ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และดำเนินการตามกฎหมาย ก่อนจะส่งมอบให้ญาติกับภูมิลำเนาต่อไป




