รวบแล้ว! แก๊งทวงหนี้ถ่อย ใช้มือถือตบหน้า-ถุยน้ำลาย ใส่แม่ค้าไข่เจียววัย 75 ปี
รวบแล้ว! แก๊งทวงหนี้ถ่อย ใช้มือถือตบหน้า-ถุยน้ำลาย ใส่แม่ค้าไข่เจียววัย 75 ปี ปัดทำร้ายร่างกาย พร้อมยกหนี้ให้คุณยาย
ที่ สภ.บางใหญ่ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นางสุพัตรา หรือยายสุข จรดี อายุ 75 ปี อาชีพแม่ค้าขายข้าวไข่เจียว เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ หลังจากเมื่อเวลา 13.00 น. ขณะขายข้าวไข่เจียวอยู่ที่ร้าน บริเวณอาคารบางใหญ่ซิตี้ ตึก B ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ถูกชายไม่ทราบชื่อ 2 คน ขับรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาจอดที่หน้าร้านก่อนจะเดินเข้ามาทวงเงินที่หน้าร้าน และใช้โทรศัพท์มือถือตบเข้าที่หน้าอย่างแรง 1 ครั้ง จนฟกช้ำ และกระชากเสื้อจนล้มลง พร้อมท้าให้ไปแจ้งความที่โรงพักและพยายามจะดึงตัวยายสุขขึ้นรถ แต่ยายสุขขัดขืนไม่ยอมขึ้นรถไปกับชายคนดังกล่าวเพราะกลัวว่าจะถูกพาไปทำร้ายที่อื่น ก่อนชายคนดังกล่าวจะพังข้าวของที่ร้านจนเละเทะ และถ่มน้ำลายใส่ พร้อมข่มขู่ว่าถ้าเปิดร้านอีกก็จะเข้ามาพังร้านอีก
(08 พ.ค.67) ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (8 พ.ย. 67) เวลา 17.00 น. ที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้ร่วมกันแถลงข่าวหลังควบคุมตัวนายกมลแพทย์ อายุ 35 และนายจำนงค์ อายุ 24 ปี เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกันทำร้ายร่างกาย , ร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อบุคคลภายใต้กำกับในทางการค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาต , เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรากำหนด พร้อมของกลาง คือ รถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า
พล.ต.ท.จิรสันต์ กล่าวว่า ในกรณีดังกล่าวเป็นการยืมเงินกันตั้งแต่ปี 2566 แล้ว โดยเป็นการเรียกดอกลอย จำนวนเงิน 100 บาท จากคนที่ชื่อก้อง ซึ่งวันนี้ทางตำรวจยังไม่ได้ตัวนายก้องที่ทางคุณยายบอกว่าได้กู้เงินมา อยู่ระหว่างติดตามตัว ซึ่งในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีสถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ร่วมกับฝ่ายปกครอง สามารถที่จะติดตามติดตามจับกุมแก๊งเงินกู้ได้ 2 คน ตามตัวที่อยู่ในคลิปดังกล่าว ได้ภายในหนึ่งวัน
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทราบว่า เจ้าของเงินกู้จริงๆ คือนายกลมแพทย์ ตำรวจจึงทำการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การสารภาพว่าเป็นคนนำเงินมาปล่อยกู้ยืมเงินจริงและเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรากำหนดจริง ส่วนเรื่องทำร้ายร่างกายทางผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ยังให้การภาคเสธ และได้ถมน้ำลายจริงแต่ไม่โดนหน้าผู้เสีย อย่างไรก็ตามจะต้องทำการสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติมในประเด็นนี้
ทั้งนี้ทางด้านนายกมลแพทย์ก็ยังให้การว่า ตนได้มีเงินสำหรับปล่อยเงินกู้จำนวน 30,000 บาท โดยปล่อยให้ 3 รายเท่านั้น ซึ่งทางผู้ต้องหาได้ตามเอาเงินมาทั้งหมดแล้ว เหลือแต่เพียงคุณป้าที่เป็นรายที่ 3 ซึ่งพยานหลักฐานในขณะนี้ยังไม่สามารถพาดพิงถึงทางผู้ต้องหาได้ว่ามีการตระเวนปล่อยเงินกู้ในพื้นที่
เบื้องต้นตำรวจ ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกาย , ร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อบุคคลภายใต้กำกับในทางการค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาต , เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรากำหนด ทั้งนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดี กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเครือข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างเด็ดขาด ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีต่อไป
นายชุ้น ณัฐเดชกังสุกุล ปลัดจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า ทางด้านอำเภอได้รับมอบหมายจากทางผู้ว่าราชการจังหสัดนนทบุรี ให้เข้ามาดูและตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ทราบข้อมูลว่า คุณป้าเคยเดินทางเข้ามาอำเภอซึ่งเดินทางมาก่อนที่ทางรัฐบาลจะมีมาตรการที่ช่วยเหลือแก้ไขหนี้นอกระบบ ซึ่งเข้ามาพบปลัดที่ศูนย์ดำรงธรรม ทางท่านปลัดได้มีการเชิญเจ้านี้มาแล้วแต่ก็ไม่มา วันนี้ทางตนได้เข้าไปพูดคุยไกล่เกลี่ยกับทางผู้ต้องหาสรุปได้ว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายยกหนี้ให้กับคุณป้า อย่างไรก็ตามแม้ว่าศูนย์ดำรงค์ธรรมจะปิดเรื่องรับร้องเรียนหนี้นอกระบบแล้ว แต่ประชาชนก็ยังสามารถเข้ามาทำเรื่องร้องเรียนได้




