โจ๋ติดยาทำร้ายลุงเก็บขยะดับ จุดไฟเ้ผาหวังอำพรางศพ

ลุงเก็บขยะถูกวัยรุ่นติดยาทำร้ายร่างกาย ก่อนเผาศพอำพรางริมหนองน้ำในหมู่บ้าน ตำรวจคุมตัวสอบสวน เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ
(29 ธ.ค. 66) เวลา 14.00 น. นายประจวบ รักแพทย์ นายอำเภอเมืองขอนแก่น พร้อมด้วย ร.ต.อ.ธนวัฒน์ ภายศรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน4 ผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังรับแจ้งเหตุมีคนถูกฆาตกรรมเผาอำพรางศพ ริมหนองน้ำสาธารณะ หนองอีเลิง ในพื้นที่บ้านแอวมอง หมู่13 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมทั้งสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเอาไว้ได้ ทราบชื่อ นายณัฐพล หรือบาส อายุ 27 ปี โดยเจ้าตัวยืนอยู่ในละแวกเกิดเหตุ โดยเบื้องต้นให้การวกวน ตำรวจคุมตัวมาสอบปากคำยังให้การปฏิเสธ
นายบุญมี นูเพ็ง อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่13 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 13.00 น. ตนเองมาเล่นกับลูกบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับจุดเกิดเหตุ ขณะนั้นได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเหมือนคนทะเลาะกัน ก็เห็นนายบาส อายุ 27 ปีเป็นลูกบ้านตนเอง โวยวายเสียงดัง ก่อนที่จะมีควันไฟพวยพุ่งออกมาอยู่ฝั่งตรงข้าม และเห็นบางอย่างลักษณะเหมือนขาคน
ตนจึงรีบขับรถจักรยานยนต์ข้ามไปดู ก็พบว่าเป็นชายเก็บขยะในหมู่บ้าน ถูกไฟไหม้ดำเป็นตอตะโกไปแล้ว ส่วนนายบาสผู้ก่อเหตุอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ แต่พูดจาวกวน ตนเองจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว
ในส่วนของผู้ตายนั้นทราบชื่อคือ นายคำภา อายุ 55 ปี มีอาชีพเก็บขยะและของเก่าขายเลี้ยงชีพ ซึ่งใช้บริเวณจุดเกิดเหตุใต้สะพานข้ามหนองน้ำสาธารณะเป็นที่พักอาศัยหลับนอน โดยใช้ชีวิตอยู่จุดเกิดเหตุตามปกติทุกวัน กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

ผู้ใหญ่บ้านบอกอีกว่า หลังเกิดเหตุทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองขอนแก่น สามารถแกะรอยติดตามผู้ต้องสงสัย มาสอบสวนที่โรงพักได้แล้ว นายบาสมีประวัติเสพยาเสพติด และมีประวัติต้องรักษาอาการทางจิตจากสารเสพติด และถูกจับคดียาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง ออกมาก็สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งนายบาสเพิ่งจะพ้นโทษ ออกมาได้ไม่นานและกระทั่งเกิดเหตุล่าสุดขึ้น
เบื้องต้นภายหลังเกิดเหตุ ทางตำรวจชุดสืบสวนหลังได้เบาะแสจากผู้ใหญ่ผู้ใหญ่บ้านก็ได้ออกติดตามตัวกระทั่งพบหลบหนีออกจากหมู่บ้านไม่ไกล ซึ่งสาเหตุอยู่ระหว่างการคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนที่สภ. เมืองขอนแก่นก่อนดำเนินดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยผู้ก่อเหตุยังคงให้การปฏิเสธ




