แม่เป็นลมเข้า รพ. หลังทราบข่าวลูกชายขาขาด ปมกระบะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอริลูกชาย ลั่นดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทำให้คนที่เป็นเสาหลักของครอบครัวต้องมาเดือดร้อน

ข่าวเวิร์คพอยท์
แม่เป็นลมเข้า รพ. หลังทราบข่าวลูกชายขาขาด ปมกระบะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอริลูกชาย ลั่นดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทำให้คนที่เป็นเสาหลักของครอบครัวต้องมาเดือดร้อน

คืบหน้ากระบะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอริลูกชาย พุ่งเบียดลงข้างทางจนขาขาด ล่าสุดครอบครัววัยรุ่นขาขาดวอนตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และให้ทางคนขับรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นจากความใจร้อนของตัวเอง จนทำให้คนที่เป็นเสาหลักของครอบครัวต้องมาเดือดร้อน

(13 พ.ย. 66) ความคืบหน้ากรณี นายศราวุธ อายุ 37 ปี ขับรถยนต์กระบะ ไล่ตามรถจักรยานยนต์ที่มีวัยรุ่นขี่ซ้อนท้ายกัน 3 คน แล้วก็เกิดอุบัติเหตุ ทำให้นายวรัญญู อายุ 19 ปี คนนั่งซ้อนท้ายบาดเจ็บขาขวาขาด นายศราวุฒิ อายุ 20 ปี คนนั่งกลางบาดเจ็บที่เท้าซ้าย ขาซ้าย ส่วนนายจีรศักดิ์ อายุ 18 ปี คนขับรถจักรยานยนต์ วิ่งหนีเข้าป่าอ้อย เหตุเกิดเวลา 20.00 น.วันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา บนถนนสายชุมแพไปอำเภอสีชมพู ในพื้นที่บ้านหนองไผ่เหนือ ม.8 ต.วังหินลาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น 

ซึ่งล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ ได้คุมตัวนายศราวุธ คนขับกระบะ ฝากขังที่ศาล จ.ชุมแพ ในข้อหาพยายามฆ่าและทำให้เสียทรัพย์ พร้อมสอบปากคำนายวรัญญูคนเจ็บที่ขาขาดยืนยันดำเนินคดีให้ถึงที่สุดในข้อหาพยายามฆ่า ส่วนการรักษายังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้ติดเชื้อ

ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ ได้เดินทางไปสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่ขาขาดจากเหตุการณ์ดังกล่าว คือนายวรัญญู อายุ 19 ปี ซึ่งพักรักษาตัวที่อยู่โรงพยาบาลชุมแพ เพื่อเร่งสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องศาลจ.ชุมแพตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมทั้งจะมีการเรียกสอบปากคำพยานแวดล้อมมาสอบเพิ่มเติมอีกหลายปาก 

ด้านพี่สาวของผู้บาดเจ็บ บอกว่า ตอนนี้ที่บ้านไม่มีคนอยู่ เพราะแม่เข้าโรงพยาบาลอีกคน หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น โดย นางสาว วรวรรณ มะณีโม้ง อายุ 36 ปีพี่สาวของวัยรุ่น19ปีที่ถูกกระบะพุ่งเบียดลงข้างทางขาขาด ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ตอนนี้น้องชายยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ชุมแพ อีกทั้งแม่ยังมาเป็นลมกลางตลาดเข้าโรงพยาบาลไปอีกคน เพราะร้อนใจตามเรื่องของลูกด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นลมขณะถ่ายเอกสารหลักฐานจะไปใช้ในทางคดี ก่อนที่ชาวบ้านจะช่วยกันเรียกรถพยาบาลมารับเมื่อช่วงกลางวันของเมื่อวาน(12พ.ย.66) และยังอยู่ในการดูแลของแพทย์ เพราะแม่มีโรคประจำตัวหลายโรค ตอนนี้ตนเองทำงานอยู่ที่ภาคใต้ ขับรถเทรลเลอร์ส่งของหาเงินส่งมาให้แม่อีกทาง แต่เสาหลักที่ดูแลแม่ที่ป่วยหลายโรคคือน้องชายที่ถูกคนขับกระบะชนขาขาด ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม ซึ่งปกติน้องชายทำงานอยู่ที่ลาดกระบัง กระทั่งแม่ป่วยหลายโรค ไม่มีคนคอยพาไปหาหมอ เพราะครอบครัวเราเหลือกันแค่ 3 คน พ่อเสียชีวิต น้องชายจึงลาออกจากงานที่อยู่ลาดกระบัง มาทำงานเป็นเด็กปั๊มในอำเภอชุมแพ เพื่อคอยดูแลแม่พาแม่ไปหาหมอ กระทั่งมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น โดยที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของลูกชายคนขับกระบะเลยแม้แต่น้อย อยากให้ทางคนขับกระบะมารับผิดชอบด้วย

พี่สาวของนายวรัญญู กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ถ้าเป็นไปตามที่ได้สอบถามข้อเท็จจริงจากเพื่อนน้องชายมานั้น คนขับกระบะ ในร้อนวู่วามเกินไป ควรจะสอบถาม พูดคุยกันก่อน ใครทำร้ายลูก อยากเอาเรื่อง คุยกันไม่ได้ก็แจ้งตำรวจดำเนินการตามกฎหมายก็ได้ แต่คนขับกระบะกลับ ขับรถไล่ตาม และชนรถจักรยานยนต์ คันที่น้องชายนั่งซ้อนท้ายไป จนน้องชายบาดเจ็บขาขาด ตอนนี้เกิดเหตุขึ้นแล้ว ความเสียหายก็เกิดขึ้นตามมา ใครจะช่วยดูแลแม่กับน้องชาย เพราะที่ผ่านมาแม่ป่วย เบาหวาน ความดันและเลือดจาง แม่ไม่ได้ทำงาน น้องชายเป็นคนออกทำงาน และปัจจุบันทำงานในปั้มน้ำมันได้ค่าจ้างวันละ 400 กว่าบาท เป็นรายได้มาเลี้ยงแม่ แต่ตอนนี้น้องพิการแล้ว ใครจะหารายได้เลี้ยงแม่ เลี้ยงน้อง คนขับกระบะจะดูแลครอบครัวเราอย่างไร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งยุติธรรมและ พม.ควรเข้ามาดูแล เพื่อช่วยเหลือแม่กับน้องชายด้วย 

ส่วนในทางคดีก็ขอให้ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และให้ความยุติธรรมกับน้องด้วย เพราะน้องไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายเด็กชาย 13 ปี ในขณะเดียวกัน ครอบครัวเด็กชาย 13 ปี จะรับผิดชอบอย่างไรกับสิ่งที่คนขับกระบะก่อเหตุขึ้นมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง