พ่อร้องติดหนี้เกือบแสนเพราะลูกถูกจับแพะคดีฆ่าคนตาย
พ่อร้องลูกชายติดคุกฟรี แถมติดหนี้เกือบแสนเพราะสู้คดีฆ่าคนตายที่ถูกจับเป็นแพะ ก่อนศาลจะยกฟ้อง ตอนนี้ลำบาก แถมทำบัตรประชาชนใหม่ไม่ได้
(11 มิ.ย. 67) นายนิมิตร อายุ 53 ปี ชาวบ้านหนองตาเยา ต.หนองแวง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้พานายสุนทรวิทย์ หรือป๊อปอาย ลูกชาย อายุ 24 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมสภาทนายความศาลจังหวัดนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2562 นายสุนทรวิทย์ ซึ่งขณะนั้นอายุ 19 ปี ถูกจับกุมในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ทั้งที่ลูกชายไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกออกหมายจับ และให้การปฏิเสธมาตลอด แต่ก็ต้องติดคุกฟรีทั้งที่โรงพักและเรือนจำนางรองเป็นเวลา 4 วัน
ทั้งได้รับความเดือดร้อนเพราะฐานะยากจนต้องไปหยิบยืมเงินญาติ เพื่อนบ้าน เป็นค่าใช้จ่ายทั้งจ้างทนาย เดินทางไปศาล และเช่าหลักทรัพย์ยื่นประกันตัวในศาลเพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ที่ถูกกล่าวหาเป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปี รวมเป็นเงินเกือบ 1 แสนบาท กระทั่งช่วงเดือน พ.ย. 2563 ศาลได้พิพากษายกฟ้องเพราะไม่มีพยานหลักฐานชี้ได้ว่ากระทำความผิด
หลังศาลยกฟ้องก็ออกไปใช้ชีวิตตามปกติ และได้ซื้อแพะมาเลี้ยงเพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าถูกกล่าวหาตกเป็นแพะ คดีฆ่าคนตาย ต่อมานายสุนทรวิทย์ ลูกชายอายุครบ 21 ปี ต้องเข้าเกณฑ์ทหาร จึงสมัครเข้าเป็นทหารกองประจำการหรือทหารเกณฑ์ เป็นเวลา 2 ปี และปลดประจำการวันที่ 31 ต.ค. 2566 ก็ออกมาช่วยพ่อกรีดยางที่บ้าน
กระทั่งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสุนทรวิทย์ ได้ไปติดต่อขอทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ เนื่องจากบัตรเดิมหมดอายุ เพื่อเตรียมแจ้งเกิดลูกที่ภรรยากำลังตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน แต่ระบบกลับขึ้นแจ้งว่าไม่สามารถทำได้ เพราะยังมีคดีติดตัวอยู่ แม้จะยืนยันว่าศาลยกฟ้องแล้ว เจ้าหน้าที่จึงแนะนำว่าให้ไปคัดคำพิพากษาศาลเพื่อมายืนยันถึงจะสามารถ
นายนิมิตร พ่อของนายสุนทรวิทย์ บอกว่า จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น ที่ลูกชายต้องตกเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่าคนตาย ติดคุกฟรีทั้งที่ไม่ได้กระทำผิด ทำให้ครอบครอบต้องเดือดร้อนเป็นหนี้เพราะไปหยิบยืมเงินมาต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์เกือบ 1 แสนบาท ทั้งกระทบต่อการดำรงชีวิต จึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเยียวยาด้วย
นายวิทยา วัฒนะ ประธานสภาทนายความศาลจังหวัดนางรอง ระบุว่า เท่าที่ทราบข้อมูลจากผู้ร้องเรียนก็ได้ให้ทนายความตรวจสอบเอกสารในสำนวนศาลว่าคดีเสร็จสิ้นหรือถึงที่สุดหรือยัง เมื่อตรวจสอบเสร็จก็ขอคัดเอกสารจากศาลว่าคดีถึงที่สุด และหมายปล่อยตัว เพื่อที่จะให้ลูกชายผู้ร้องเรียน นำไปแจ้งที่โรงพัก เพื่อที่จะลบประวัติของผู้ร้อง ซึ่งหากผู้ร้องเรียนไปดำเนินการแล้วแต่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ทางสภาทนายความก็ยินดีที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนเรื่องการเยียวยาทางกระทรวงยุติธรรม ก็มีงบประมาณชดเชยสำหรับผู้ที่ถูกดำเนินคดี ซึ่งก็ต้องตรวจสอบก่อนว่าคดีนี้ศาลได้ตัดสินยกฟ้องเพราะเหตุอะไร




