โจรย่องงัดร้านปืน ขโมยไปได้ 37 กระบอก สุดท้ายโดนรวบยกแก๊ง

โจรย่องงัดร้านปืนขโมยไป 37 กระบอกหวังนำไปขาย แบ่งขนใส่ซาเล้งเจอสายตรวจส่อพิรุธโดนเรียกตรวจ สุดท้ายโดนรวบยกแก๊ง
วันที่ 7 พฤษภาคม 2567 จากกรณีเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 เวลา 02.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ สภ.หาดใหญ่ ได้ออกปฎิบัติหน้าที่ลาดตระเวนตามเส้นถนนคึกฤทธิ์ ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างลาดตระเวนพบวัยรุ่นชาย 2 คน จอดรถอยู่ริมถนนบริเวณหน้าวัดแก้วสว่าง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 คน เกิดอาการพิรุธและเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วนรถกลับมาก่อนจะเข้าตรวจค้น
เบื้องต้น พบอาวุธปืนยาวจำนวน 15 กระบอก อยู่ในกล่องปืนและบนกล่องปืนมีชื่อร้านจำหน่ายอาวุธปืนแห่งหนึ่ง ซึ่งอาวุธปืนทั้งหมด อยู่บนรถซาเล้ง ทะเบียน xxฉ-x46 สตูล มีนายอัฉริยะ (สงวนนามสกุล) เป็นคนขี่รถซาเล้ง
จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวทั้ง 2 คน พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนยาว มาทำการตรวจสอบและสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.หาดใหญ่ ก่อนทำการสอบปากคำและทำบันทึกการจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวนฝากขังเพื่อรอสอบปากคำอย่างละเอียด

ต่อมาเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน นายนัฏสุวัจ (สงวนนามสกุล) เจ้าของบ้านและร้านจำหน่ายอาวุธปืนดังกล่าว ตั้งอยู่ซอยเลียบคลองเตย ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ ได้เดินทางมาที่ สถ.หาดใหญ่ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ร้านของตนเองถูกคนร้ายเข้ามางัดแงะขโมยทรัพย์สิน มีทั้งอาวุธปืนยาวและสั้นจำนวนหลายกระบอกไป
จากนั้น ร.ต.ท.วรเมธ สุวรรณรัตน์ พนักงานสอบสวน ได้รายงานเหตุดังกล่าว ให้ พ.ต.อ.ภูมิ บาลทิพย์ ผกก.สภ.หาดใหญ่ ทราบก่อนรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและสั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ พร้อมประสานกองพิสูจน์หลักฐาน 9 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ส่วนชุดสืบสวน ได้นำตัวนายอัฉริยะ มาสอบปากคำและสามารถตรวจยึดอาวุธปืนสั้นและยาวได้เพิ่มอีก 15 กระบอก
ต่อมาเวลา 14.00 น.(6 พ.ค.67) พ.ต.อ.ดุสิต พรหมสิน ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา ได้เค้นสอบปากคำนายอัฉริยะ ว่าได้นำอาวุธปืนที่เหลือไปซุกซ่อนไว้ที่ใด และมีผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมกันก่อเหตุอีกกี่คน ระหว่างสอบปากคำนายอัฉริยะ ได้ยอมรับสารภาพว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 4 คน ส่วนอาวุธปืนที่เหลือเป็นอาวุธปืนสั้นและยาวอีก 7 กระบอก ได้นำไปฝากเพื่อนเอาไว้ หลังสอบปากคำนายอัฉริยะ ทาง พ.ต.อ.ดุสิต พรหมสิน ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุอีก 3 คน พร้อมตามยึดอาวุธปืนที่เหลืออีก 7 กระบอกกลับมา เบื้องต้นทราบชื่อผู้ร่วมก่อเหตุ 4 คน คือ
- นายสมชาย (สงวนนามสกุล) หรือ หมี
- นายวัชรพร (สงวนนามสกุล) หรือ แมน
- นายสมศักดิ์ (สงวนนามสกุล)หรือ แก่
- นายสบประสงค์ (สงวนนามสกุล) หรือ หลาน

ชุดสืบสวนตามจับกุมตัวได้ทั้งหมดพร้อมตรวจยึดอาวุธปืนที่เหลือกลับมาได้ทั้งหมด หลังนายวัชรพร นำไปซ่อนในบ้านเช่าแห่งหนึ่ง จากการตรวจสอบอาวุธทั้งหมดที่ถูกขโมยไป มีอาวุธปืนยาว 31 กระบอก อาวุธปืนสั้น 6 กระบอก รวมเป็น 37 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนอีกหลายชนิด
จากการสอบปากคำ นายอัฉริยะ หรือ อัจ อายุ 32 ปี ให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ขโมยอาวุธปืนมานั้น เพื่อต้องการที่จะนำไปขาย โดยให้นายสมศักดิ์ และ นายสบประสงค์ ให้เป็นนายหน้าในการขายอาวุธปืนดังกล่าว แต่ระหว่างทางนายอัจฉริยะ ได้ถูกเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้าจับกุมเสียก่อน




