สาว 15 ร้องน้อง 10 ขวบถูกย่ำยี พอเรื่องแดงแม่เข้าข้างพ่อเลี้ยง

ข่าวเวิร์คพอยท์
สาว 15 ร้องน้อง 10 ขวบถูกย่ำยี พอเรื่องแดงแม่เข้าข้างพ่อเลี้ยง

สาว 15 ร้องมูลนิธิปวีณาฯ น้องสาววัย 10 ขวบถูกพ่อเลี้ยงย่ำยี เรื่องมาแดงเพราะครูสังเกตเห็นความผิดปกติจึงถามจนรู้ ฝั่งแม่แท้ๆ กลับเข้าข้างผัวใหม่

(23 ธ.ค. 66) สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา น.ส.วิ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า พ่อแม่แยกทางกัน ตนอยู่กับพ่อและย่า ส่วนด.ญ.เอ (นามสมมุติ) น้องสาวอายุ 10 ขวบ เรียนอยู่ชั้นป.4 อยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงที่จ.สระบุรี  น้องสาวถูกนายเอ็ม (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี พ่อเลี้ยง ข่มขืนกระทำชำเรา  

ที่ผ่านมาน้องถูกพ่อเลี้ยงข่มขู่จะฆ่าให้ตายเลยไม่กล้าบอกใคร ต่อมาครูที่โรงเรียนเห็นว่าน้องขาดเรียนบ่อยจึงถามเพื่อน และเพื่อนบอกครูว่าน้องถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน ครูจึงเรียกน้องไปสอบถามก่อนที่น้องจะบอกกับครูว่าถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนตั้งแต่เดือน ก.ย.66 และถูกกระทำเรื่อยมา ครั้งล่าสุดวันที่ 5 ธ.ค. จากนั้นครูจึงเรียกแม่ไปพบแต่แม่กลับมีท่าทีเหมือนจะเข้าข้างพ่อเลี้ยง   

ย่าและครูจึงพาน้องไปลงบันทึกประจำวันที่สภ.แก่งคอย ตอนนี้แม่และพ่อเลี้ยงพยายามส่งคนมาเจรจาไม่ให้ย่าแจ้งความ แต่ย่าไม่ยอม ขณะที่น้องเองก็มีอาการซึมเศร้าตำรวจแนะนำให้พาไปพบนักจิตวิทยา แต่ที่บ้านไม่มีรถที่จะพาย่ากับน้องไปแจ้งความเพราะอยู่ไกลจากสถานีตำรวจมาก ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยย่ากับน้องด้วย   

หลังรับเรื่องนางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.ประกร นามศรี ผกก.สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดย พ.ต.อ.ประกร ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แก่งคอยไปรับย่าและหลานเดินทางมาที่สถานีตำรวจทันที ก่อนพาเด็กส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพบว่ามีร่องรอยถูกกระทำชำเรา และจัดสอบสหวิชาชีพเด็กหญิง ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานไปขออำนาจศาลจังหวัดสระบุรีออกหมายจับพ่อเลี้ยงได้เรียบร้อยภายในวันเดียว 

ล่าสุดวันนี้ นางปวีณา ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ประกร นามศรี ผกก.สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี ว่าชุดสืบสวนได้นำหมายจับเข้าจับกุมนายเอ็ม พ่อเลี้ยง พร้อมแจ้งข้อหา กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกินสิบสามปีฯ เป็นการกระทำโดยใช้อวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศเด็กนั้น และจะควบคุมตัวไปฝากขังศาลจังหวัดสระบุรีวันนี้ 

นางปวีณา กล่าวว่า ขอขอบคุณ พ.ต.อ.ประกร นามศรี ผกก.สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แก่งคอย ที่ทำงานช่วยเหลือประชาชนที่ทุกข์ร้อนอย่างรวดเร็ว โดยทำตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในวันเดียว สำหรับเด็กหญิงรายนี้ยังคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพจิตใจ ซึ่งมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามการช่วยเหลือร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง