สืบนครบาลตามรวบทนายดัง ข่มขืนลูกความจนเหยื่อคิดสั้น

ข่าวเวิร์คพอยท์
สืบนครบาลตามรวบทนายดัง ข่มขืนลูกความจนเหยื่อคิดสั้น

สืบนครบาลตามรวบตัวทนายความชื่อดังสงขลา หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีย่ำยีลูกความสาว ซ้ำบีบคั้นข่มขู่จนฝ่ายหญิงพยายามจบชีวิตด้วยการกระโดดจากเรือหลวงจักรีฯ เจ้าตัวปฏิเสธหนักแน่น ยืนยันฝ่ายหญิงสมยอม

(20 พ.ค. 67) เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล เข้าจับกุม “ทนายอาร์ม” ทนายดังชาวสงขลา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2055/2567 ลงวันที่ 3 พ.ค. 67 ข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้น อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่พื้นที่ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

การจับกุมในครั้งนี้มีที่มาจากกรณีเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2566 น.ส.เอ(นามสมมติ) หญิงสาววัย 26 ปี ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดลงมาจากดาดฟ้าเรือหลวงจักรีนฤเบศร์จอดเทียบท่าเรือจุกเสม็ดในฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แต่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือไว้ได้

ก่อนที่จะมีการสอบถามความเป็นมาเป็นไปที่ทำให้เธอตัดสินใจเช่นนั้น ก่อนที่เธอจะเล่าเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเธอ เธอเล่าว่าช่วงปลายปี 2565 เธอต้องการจ้างทนายความเพื่อดำเนินคดีทางแพ่งกับเพื่อนที่ยฃืมเงินไปจำนวนกว่า 1 แสนบาท แล้วไม่ยอมคืน จนได้มาพบกับ “ทนายอาร์ม” ที่เป็นผู้ต้องหา

หลัีงจากคดีไปถึงขั้นบังคับคดี ทนายคนดังกล่าวก็ลงสนามเลือกตั้ง สส. เป็นตัวแทนของพรรคดังพรรคหนึ่ง หลังจากนั้นทนายคนดังกล่าวได้ชักชวนเธอมาพบที่ กทม. อ้างว่ามีประชุมและกินเลี้ยงของพรรค จะได้พูดคุยกับเธอเรื่องคดี

เธอหลงเชื่อจึงมาตามคำเชิญ แต่เมื่อมาถึงโรงแรมที่นัดหมายในพื้นที่ดอนเมือง กลับพบว่าเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ไม่มีห้องประชุม และไม่มีการจัดประชุมตามที่อ้าง แต่ทนายคนดังกล่าวยังบอกเธอให้ขึ้นไปเก็บของบนห้องพัก แล้วจะได้ออกไปหาที่คุยเรื่องคดีข้างนอก

แต่เมื่อเข้ามาในห้องเธอกลับถูกทำร้ายและขืนใจจนสลบ เมื่อเธอได้สติกลับมาก็พยายามจะหลบหนี แต่ผู้ต้องหารู้สึกตัวตื่นก่อน จึงวิ่งมาฉุดกระชากลากแขนเธอทุ่มลงกับเตียงอีกครั้ง “หนีไปบอกใครก็ไม่มีใครเชื่อหรอก เดินเข้ามาในห้องเองแบบนี้คือการสมยอม” ก่อนที่เธอจะถูกทำร้ายอีกครั้ง

หลังจากนั้นเธอถูกทนายคนดังกล่าวข่มขู่อีกหลายครั้ง และใช้เรื่องคดีแพ่งที่จะทวงเงินจากเพื่อนมาบีบให้เธอต้องไปพบกับทนายคนนั้นอีก จนเธอตัดสินใจไปแจ้งความที่ สน.ดอนเมือง หลังจากนั้นเรื่องกลับเลวร้ายมากขึ้น ทางผู้ต้องหาหลอกล่อให้เธอส่งจำนวนเงินค่าเสียหายมาให้ พอเธอหลงกลก็นำไปใช้เป็นหลักฐานแจ้งความกลับในข้อหากรรโชกทรัพย์และแจ้งความเท็จ พร้อมทั้งส่งข้อความข่มขู่เธอด้วยถ้อยคำรุนแรง

ก่อนที่เธอจะได้รับหมายศาลจากคดีที่ทนายคนดังกล่าวไปยื่นฟ้องไว้ พร้อมกับเรียกค่าเสียหายจากเธอ 300,000 บาท ทำให้เธอตัดสินใจจบชีวิตเพราะรู้สึกมืดแปดด้าน

ในชั้นจับกุม นายทนายอาร์ม ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการสมยอมของทั้งสองฝ่าย ยืนยันว่าในคดีนี้อย่างไรตนก็ชนะคดี หากตนแพ้จะเลิกเป็นทนาย และตนเองก็ได้ร้องไปที่ ปปช. เรื่องการทำงานของพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ส่วนเรื่องที่ฝ่ายหญิงฆ่าตัวตายตนไม่ทราบและไม่เห็นใจ ขออย่าเข้าข้างแต่ให้ดูตามข้อเท็จจริง

หลังจับกุมตัว ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง