รวบ “เจ๊ก้อย หวยทิพย์” โกงเหยื่อ 180 ล้านบาท

ตำรวจ CIB บุกรวบเจ้าแม่หวยทิพย์ ก่อเหตุฉ้อโกงผู้เสียหาย 180 ล้านบาท อ้างมีโควตาสลากกินแบ่งฯ แล้วชวนเหยื่อร่วมลงทุน สุดท้ายหาสลากฯ ให้ตามที่ตกลงไม่ได้ ซ้ำร้ายยังแอบอ้างเบื้องสูง
(1 พ.ย. 66) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม เข้าจับกุมตัว น.ส.ดวงกมล อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดกันทรลักษณ์ที่ 86/2566 ลงวันที่ 6 ก.ย. 66 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และหมิ่นประมาทหรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์” โดยติดตามจับกุมตัวได้ที่พื้นที่ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ พร้อมของกลางบัตรกดเงินสด 14 ใบ โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง และสมุดบัญชี 7 เล่ม
การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา นางนิธิกานต์ ผู้เสียหายได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. โดยกล่าวหาว่า ตนเองถูก น.ส.ดวงกมล แอบอ้างว่าตนนั้นมีโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือรู้จักกับบุคคลซึ่งมีโควตาสลากฯ พร้อมชักชวนให้ร่วมลงทุน โดยในช่วงแรก ช่วงปี 2563 ที่ น.ส.ดวงกมลเข้ามาชักชวนให้ร่วมลงทุนนั้น ทาง น.ส.ดวงกมลสามารถส่งมอบสลากกินแบ่งในจำนวนเท่าที่ตกลงกันได้ตามปกติ
แต่เมื่อเดือน ม.ค. 2565 เริ่มมีปัญหา ไม่สามารถจัดหาสลากให้ได้ครบตามที่ตกลงกันไว้ โดยเจ้าตัวอ้างว่าจะส่งเพิ่มให้ในเดือนถัดไป แต่เมื่อถึงกำหนดก็ส่งไม่ครบและพูดในลักษณะเดิมเรื่อยมาในทุกๆ งวด สุดท้ายมีจำนวนสลากที่คงค้างที่ผู้เสียหายต้องได้รับอยู่จำนวนมาก
ซึ่ง น.ส.ดวงกมลได้อ้างอีกว่า หากผู้เสียหา่ยต้องการสลากเพิ่มมากขึ้นจะต้องจัดตั้งเป็นรูปแบบบริษัท และต้องทำสัญญาตัวแทนจำหน่ายกับสำนักงานกินแบ่งรัฐบาล ทั้งยังอ้างอีกว่าสามารถหาสลากมาให้ผู้เสียหาย ได้ประมาณ 5,000 – 10,000 เล่ม ต่องวด ผู้เสียหายซึ่งเคยได้กำไรจากการจำหน่ายสลากจึงได้ตัดสินใจไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
จนกระทั่งเดือน พ.ค. 2566 น.ส.ดวงกมล ได้ส่งหนังสือประกาศสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เรื่องแจ้งให้ผู้เสียหาย ไปทำสัญญาตัวแทนจำหน่ายกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่กรุงเทพมหานคร ผู้เสียหายจึงได้เดินทางจาก จ.ศรีสะเกษ เพื่อมาทำสัญญา แต่เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันหยุดราชการ
น.ส.ดวงกมล จึงให้บุคคลหนึ่งให้มารับเอกสารจากผู้เสียหายไป โดยผู้เสียหายไม่เคยรู้จักและไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด
กระทั่งเมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา นางดวงกมล ได้มาหาผู้เสียหาย และได้ทำการบล็อกหมายเลขโทรศัพท์หนึ่งในโทรศัพท์ของผู้เสียหาย อ้างว่าเป็นเบอร์ของเพื่อน ไม่อยากให้โทรมารบกวน ผู้เสียหาย เกิดความสงสัยจึงได้ใช้หมายเลขโทรศัพท์อื่นโทรไป จึงทราบว่าเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของนางสายสมร ซึ่งเป็นเพื่อนกับ น.ส.ดวงกมล
โดย น.ส.ดวงกมล ได้อ้างกับนางสายสมร ว่า นางนิธิกานต์ เป็นเจ้าของบริษัทจำหน่ายสลากที่จะขายให้ นางสายสมรหลงเชื่อจึงโอนเงินซื้อสลากให้กับน.ส.ดวงกมล ผู้เสียหายจึงทราบว่าเอกสารหนังสือสัญญาตัวแทนจำหน่ายฯ ดังกล่าวนั้นเป็นเอกสารปลอม เป็นเพียงกลอุบายสร้างเรื่องหลอกลวงให้ผู้เสียหาย หลงเชื่อเท่านั้น ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหาย เป็นเงินที่จองซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลกับ น.ส.ดวงกมล รวมประมาณ 6,480 เล่ม และสลากดิจิตอลอีกจำนวนกว่า 20,000 เล่ม รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 180 ล้านบาท พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. และจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับ และศาลอนุมัติตามหมาย
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโทรศัพท์ทั้ง 6 เครื่อง ที่อยู่ในครอบครองของ น.ส.ดวงกมล พบว่า มีการปลอมไลน์ เพื่อใช้แอบอ้างให้ผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นบุคคลอื่นจริง เพื่อหลอกลวงให้ผู้เสียหายลงทุนซื้อสลากกับตน และยังพบว่ามีการใช้ถ้อยคำและรูปภาพดูหมิ่นเบื้องสูง
เมื่อจำนนด้วยหลักฐาน น.ส.ดวงกมล จึงรับว่า เนื่องจากถูกผู้เสียหายจี้ทวงเงินอย่างหนัก จึงคิดหาทางออกโดยการแอบอ้างเบื้องสูง ที่ทำไปเพราะขาดสติ และรู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ทำเป็นอย่างมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




