คดีพลิก! ตายันไม่ได้ไล่เมียกับหลาน แต่ยายน้อยใจ-หนีเก่ง

หรือว่าคดีจะพลิก! ตายืนยันไม่ได้คิดเอาเมียใหม่เข้าบ้าน ไม่ได้ไล่เมียกับหลานให้ระหกระเหิน แค่พูดประชดเพราะยายไม่ยอมช่วยงาน เผยยายเป็นคนที่น้อยใจ ที่ผ่านมาหนีออกจากบ้านหลายครั้ง
(9 เม.ย. 67) จากกร๊ของคุณยายแดงวัย 63 ปี หอบหลายอีก 4 คน อายุระหว่าง 1 - 6 ขวบ ออกจากบ้านในพื้นที่ ต.ขุย อ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา ตั้งใจเดินเท้าไปหาลูกสาวที่มีครอบครัวอยู่ที่ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ โดยคุณยายอ้างว่าสามีไล่ออกจากบ้าน เพราะสามีจะเอาภรรยาใหม่เข้ามาอยู่ที่บ้านในช่วงสงกรานต์นี้ และที่ผ่านมาสามีทำร้ายร่างกายตนต่อหน้าหลาน ตนห่วงว่าความรุนแรงจะหนักขึ้นอีก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตาจะมีเมียใหม่ ยายจำใจหอบหลานเดินข้ามจังหวัด
ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ต.ขุย พูดคุยกับ นายสุรัน อายุ 58 ปี สามีของคุณยายแดง ที่อยู่กินกันมานาน 40 ปี โดยคุณตาสุรันเล่าว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเป็นคนละเรื่องกับที่คุณยายเล่า โดยเรื่องราวเริ่มมาจากที่ตนได้บอกให้ภรรยามาช่วยกันกรอกถ่านใส่ถุงเพื่อที่จะเอาไปขาย แต่ภรรยาบอกว่าไม่กรอก ให้ตนกรอกคนเดียว
ด้วยความโมโหตนจึงตะโกนประชดประชันไปว่า ถ้าไม่มาทำ จะเอาเมียใหม่มาอยู่บ้านช่วยทำ ทางภรรยาก็ตอบกลับมาว่า “เอามาโลด” จากนั้นต่างฝ่ายต่างก็รามือไป ไม่ได้พูดคุยกันอีก ตนก็เอาของเก่าที่เก็บมาได้ไปขาย

พอเสร็จธุระ ตนกลับมาบ้านไม่เห็นภรรยากับหลาน จึงออกไปถามชาวบ้านก็ไม่มีใครเห็น พยายามออกตามหาทั่วหมู่บ้านแต่ไม่เห็น จนกระทั่งมาทราบว่าไปอยู่วัดจึงตามไป แต่ภรรยาไม่ยอมกลับบอกว่าจะไปตายเอาดาบหน้า จริงๆ แล้วตนสงสารหลานทั้ง 4 คน แต่ภรรยาไม่ยอมให้มาด้วย
คุณตาสุรัน เล่าด้วยว่า ภรรยาเป็นคนเอาแต่ใจ ขี้น้อยใจ ที่ผ่านมาหนีออกจากบ้านบ่อยครั้งนับไม่ถ้วน ยืนยันไม่เคยทำร้ายแค่จับเขย่า ตอนนี้อยากให้ภรรยากลับมาเพราะสงสารหลาน ยอมรับคิดถึงภรรยา คิดถึงหลาน อยากให้กลับบ้าน ทั้งหมดแค่พูดเล่นไม่เคยคิด ไม่เคยเมียใหม่
ด้านนายประนอม อายุ 62 ปี อปพร.ในหมู่บ้านและเป็นเพื่อนบ้านของนายสุรัน เล่าว่า ครอบครัวนี้ทะเลาะกันบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องทำมาหากิน เพราะภรรยาไม่ค่อยช่วยงาน ที่ผ่านมาภรรยามักจะน้อยใจและหนีออกจากบ้านบ่อยครั้ง แต่สามีตามกลับมาทุกครั้ง เช่นเดียวกับครั้งนี้สามีออกตามหาจนถึง 22.00 น.ถึงได้กลับบ้าน ไม่อยากจะว่าให้ฝ่ายหญิงถ้าถามชาวบ้านจะรู้กันหมด ส่วนตัวไม่ได้เข้าข้างฝ่ายชาย แต่เรื่องมันเป็นแบบนี้จริงๆ




