DSI บุกโรงรับฝากแช่แข็งอาหาร ตรวจหาเบาะแสเนื้อหมูเถื่อน

ข่าวเวิร์คพอยท์
DSI บุกโรงรับฝากแช่แข็งอาหาร ตรวจหาเบาะแสเนื้อหมูเถื่อน

DSI บุกโรงรับฝากอาหารแช่แข็งขนาดใหญ่ ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ตามหาเบาะแสเนื้อหมูเถื่อนล็อตใหญ่ที่ถูกลักลอบนำเข้า และมีเบาะแสว่าถูกกระจายไปซุกซ่อนที่โรงรับแช่เย็นหลายแห่ง

(21 พ.ย. 66) พ.ต.ต.สุริยา สิงกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และชุดปฏิบัติการพิเศษ DSI นำกำลังเข้าตรวจค้นโรงรับฝากแช่เย็นอาหารแช่แข็งขนาดใหญ่ใน ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร หลังมีข้อมูลจากการสืบสวนสอบสวนของ DSI ว่า โรงรับฝากแช่เย็นแห่งนี้ เป็นหนึ่งในจุดที่ขบวนการนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนได้นำเนื้อหมูที่มีการสำแดงเท็จมาฝากแช่ไว้

โดยก่อนหน้านี้มีการตรวจพบว่าเมื่อปี 2565 ซึ่งเกิดการระบาดของโรคอหิวาต์หมูแอฟริกา หรือ AFS จนเกิดการขาดแคลนเนื้อหมูในประเทศ มีการนำเข้าเนื้อหมูแช่แข็งจำนวน 250,000 ตัน จากต่างประเทศ มาลงไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง แล้วมีการสำแดงเท็จว่าสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดนั้นเป็นอาหารทะเลและสินค้าอื่นๆ

ซึ่งในจำนวนนี้มีเนื้อหมูบางส่วนที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายชิปปิ้งที่ DSI แจ้งข้อกล่าวหากับผู้บริหารบริษัทจำนวน 8 คน และอาจเกี่ยวพันไปถึงนายทุน 2 พ่อลูกที่ DSI พึ่งจับกุมไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ภายหลังจากเจ้าหน้าที่แสดงหมายค้นได้มีการพูดคุยกับพนักงานของโรงแช่เย็นดังกล่าวพร้อมกับเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและเข้าไปตรวจสอบภายในโกดังแช่เย็นที่อยู่ภายในเพื่อตรวจสอบว่ามีเนื้อหมูเถื่อนที่ถูกลักลอบนำเข้ามาจากเครือข่ายขบวนการที่ DSI รับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ 

หลังจากผ่านไปนานกว่า 2 ชั่วโมง อธิบดี DSI ออกมาเปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบโรงแช่เย็นภายในพื้นที่พบว่าไม่มีเนื้อหมูเถื่อนต้องสงสัยตามที่ DSI มีข้อมูลอยู่ มีเพียงเอกสารการนำฝากเนื้อหมูเขื่อนจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีความเกี่ยวพันไปถึงบริษัทชิปปิ้งที่ DSI แจ้งข้อกล่าวหาและ 2 พ่อลูกนายทุนที่ DSI พึ่งจับกุมตัว

ส่วนเนื้อหมูที่นำมาฝากไว้จากการตรวจสอบไม่พบเนื้อหมูจำนวนดังกล่าวภายในโรงแช่ แต่บริษัทของนายทุน 2 พ่อลูก สร้างเอกสารหลักฐานเท็จว่านำเนื้อหมูจำนวนดังกล่าวมาฝากไว้ ทั้งนี้ยอมรับว่ามีการพยายามนำเนื้อหมูจำนวนดังกล่าวเข้ามาฝากไว้ที่โรงแช่ดังกล่าว แต่โดนกระบวนการตรวจสอบของโรงงานที่ค่อนข้างเข้มงวดสกัดไว้ เนื่องจากมีระเบียบการรับฝากที่ค่อนข้างชัดเจน จึงพบพิรุธหลายอย่างอาทิ ไม่มีเอกสารการนำเข้า การเสียภาษี และการตรวจจากกรมปศุสัตว์ หรือกรมประมงอีกครั้งเมื่อเปิดดูภายในตู้แช่กลับพบว่ามีการสำแดงเท็จ โดยในเอกสารรับฝากระบุว่าเป็นหัวปลาแซลมอนแต่เมื่อทางโรงงานขอเปิดดูกลับกลายเป็นชิ้นส่วนหมูจึงปฏิเสธการรับฝากไป

ด้านนายลือศักดิ์ ลือสุขประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท รักชัย ห้องเย็น จำกัด ยืนยันว่าทางโรงงานไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับฝากเนื้อหมูเถื่อนจำนวนดังกล่าวล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะทางบริษัทมีมาตรฐานการตรวจสอบและรับฝากอย่างชัดเจน โดยสังเกตได้จากขั้นตอนการตรวจสอบที่ตรวจพบว่าบริษัทของกลุ่มผู้ต้องหามีการสำแดงเท็จมาตั้งแต่แรกก็ปฏิเสธไป

ทั้งนี้เชื่อว่าที่กลุ่มผู้ต้องหาแอบอ้างชื่อของบริษัทไปเนื่องจากทางโรงแช่มีขนาดใหญ่พอที่จะรับฝากเนื้อหมูเถื่อนจำนวนดังกล่าวได้ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับทางบริษัทเป็นอย่างมากเพราะจะต้องเตรียมนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีเรื่องการแอบอ้างชื่อและทำเอกสารเท็จกับกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว

นอกจากนี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษยังกล่าวถึงกรณีของนายสมนึก บุคคลที่มีกระแสข่าวว่าถูกออกหมายเรียกมาสอบปากคำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษในวันนี้จากกรณีนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนในจำนวน 161 ตู้ ว่า เบื้องต้นกรณีดังกล่าวนายสมนึกไม่ได้เป็นผู้ถูกออกหมายเรียกแต่เป็นผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีนำเข้าหมูเถื่อน ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รับการประสานว่าจะเข้ามามอบตัวที่ DSI ภายในวันนี้ 

แต่หากเจ้าตัวไม่เดินทางเข้ามามอบตัวหรือไปพบตัวในพื้นที่ใดก็จะเข้าจับกุมดำเนินคดีทันที ซึ่งจากข้อมูลพบว่านายสมนึกมีการนำเข้าเนื้อหมูเขื่อนเข้ามาที่ท่าเรือแหลมฉบัง 1 ตู้จากจำนวน 161 ตู้ ทั้งนี้แม้ว่าจะเป็นจำนวนไม่มากแต่ได้มีการสืบสวนย้อนกลับไปพบว่านายสมนึกมีการสั่งนำเข้าเนื้อหมูเข้ามาตั้งแต่ปี 2564 จำนวนมากกว่า 2,385 ตู้ จึงเตรียมดำเนินคดีย้อนหลังในเรื่องดังกล่าว 

ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเข้าไปมีส่วนในการสำแดงเอกสารนำเข้าสินค้าเท็จของผู้ต้องหาเครือข่ายค้าหมูเถื่อนจำนวนดังกล่าว DSI เตรียมทำสำนวนส่งปปช.ภายในสัปดาห์นี้ โดยพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องมากกว่า 10 คนซึ่งมาจาก 3 หน่วยงาน คือกรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ และกรมประมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง