หนุ่ม อบต.ร้องถูกครูสาวหลอก สูญ 5 แสน แถมคบซ้อนโลกหลายใบ

ข่าวเวิร์คพอยท์
หนุ่ม อบต.ร้องถูกครูสาวหลอก สูญ 5 แสน แถมคบซ้อนโลกหลายใบ

น้องสาวหนุ่ม อบต.ที่ขอนแก่น ร้องเพจสายไหมต้องรอด หลังพี่ชายถูกครูสาวหลอก สูญเงินรวม 5 แสนบาท ก่อนมารู้ทีหลังว่าคบซ้อน - ฝั่งครูสาวโทรมาชี้แจง ฝ่ายชายรู้อยู่แล้วเรื่องสถานะสมรส ลั่น “หนูไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว”

(17 ส.ค. 69) ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด น้องสาววัย 28 ปี ของพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ชาวขอนแก่น อายุ 33 ปี เข้าพบ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เพื่อขอความเป็นธรรม หลังพี่ชายอ้างว่าถูกหญิงสาวซึ่งแนะนำตัวว่าเป็นครู หลอกให้คบหาและเร่งรัดแต่งงาน โดยเรียกเงินสินสอด 300,000 บาท และค่าเรียนกับซื้อทองคำ รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ฝ่ายชายต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา ทว่าต่อมาครอบครัวกลับสืบทราบว่าฝ่ายหญิงยังมีสถานะเป็นภรรยาตามกฎหมายของทหารเรือรายหนึ่ง และยังไม่ได้จดทะเบียนหย่าในช่วงที่รับเงิน

.

เมื่อผู้เสียหายทราบความจริงและพยายามทวงถามทรัพย์สินคืน ฝ่ายหญิงกลับบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธ พร้อมท้าทายให้ไปฟ้องร้องดำเนินคดี ทั้งที่ยอมรับว่ายังมีเงินอยู่ครบ ทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อนอย่างหนักจากภาระหนี้สิน ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ระบุว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง เนื่องจากเป็นการปกปิดสถานะสมรสที่แท้จริงและสร้างเงื่อนไขให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงิน ไม่ใช่การให้โดยเสน่หา พร้อมเตรียมรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อประสานตำรวจเร่งรัดดำเนินคดี

.

ต่อมาทางหญิงสาวคู่กรณีได้โทรศัพท์มาชี้แจงกับน้องสาวผู้เสียหาย โดยยืนยันว่าไม่ได้หลอกลวงเงิน และอ้างว่าฝ่ายชายรับรู้เรื่องสถานะการสมรสมาโดยตลอด พร้อมตัดพ้อว่าตนเองก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน เนื่องจากฝ่ายชายพาเพื่อนไปต่อว่าที่บ้านจนครอบครัวอับอาย อย่างไรก็ตาม ทางน้องสาวผู้เสียหายโต้แย้งว่าในวันที่ฝ่ายชายนำเงินสินสอดไปมอบให้นั้น ฝ่ายหญิงยังไม่ได้จดทะเบียนหย่าขาดจากสามีเดิม จึงถือเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงที่สำคัญ

.

ในระหว่างการพูดคุย หญิงสาวระบุว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ฝ่ายชายนำมาให้ครอบครัวเพื่อเตรียมพิธีแต่งงาน ไม่ใช่การฝากเงินไว้ และยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีความรับผิดชอบ พร้อมกล่าวว่า “หนูไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว” และอยากให้ตกลงกันด้วยดี แต่ยอมรับว่าหากฝ่ายผู้เสียหายเห็นว่าตนทำผิดก็สามารถไปฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที

.

ด้านเพจสายไหมต้องรอดเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานทั้งข้อความแชต สลิปการโอนเงิน และข้อมูลการจดทะเบียนสมรส เพื่อประสานไปยังผู้บังคับการตำรวจในการเร่งรัดดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาฉ้อโกง พร้อมติดตามทวงคืนเงินและทรัพย์สินรวมกว่า 500,000 บาท ให้กับผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง