ลูกสาวทำร้ายแม่จับขังในโรงแรม กรอกยา เอาหมอนปิดจมูก อ้างแม่ไม่รัก ไม่ยกสมบัติให้

สะเทือนใจ! ลูกสาวทำร้ายแม่สาหัสจับขังในโรงแรม กรอกยา เอาหมอนปิดจมูก อ้างแม่ไม่รัก ไม่ยกสมบัติให้
(24 พ.ค.67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Bell Phattaraphon Sailohit ได้โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมข้อความว่า ขออนุญาต แจ้งเตือนภัยบุคคลอันตราย จ.พิษณุโลก ใครพบเจอบุคคลตามภาพ ให้แจ้งมาทางผมหรือตำรวจโดยตรง ตอนนี้ได้แจ้งความไว้แล้ว ชื่อเล่น แหม่มหรือเอสเธอร์ อายุ45 สูงราวๆ160 น้ำหนักประมาณ 45-50 เนื่องจาก บุคคลในภาพได้ทำร้ายร่างกายแม่ของตัวเอง อาการสาหัส ตอนนี้ได้ทำการหลบหนี จุดสุดท้ายที่เจอ แถวตลาดผักใกล้กับ ร.ร. พุทธชินราช วันที่ 22/5/67 เวลา 12.49น. ใครพบเจอแล้วคิดว่าอาจจะใช่ สามารถอินบล็อคมาสอบถามเพื่อความชัวร์ได้ครับช่วยแชร์ให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
คุณเบล ผู้โพสต์ เผยว่า ตนต้องการให้พี่สาวได้รับการรักษาโดยด่วน หลังจากก่อเหตุทำร้ายร่างกายย่าระหว่างพักอยู่ในโรงแรม ซึ่งพี่สาวเคยใช้ความรุนแรงมาก่อน แต่ไม่ได้รุนแรงเท่าครั้งนี้ ที่ผ่านมาแค่ด่าทอ พูดเสียงดัง มีการลงไม้ลงมือบ้าง แค่ตีเบาๆ แต่
ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวพบเห็นพี่สาวอยู่แถวสถานีรถไฟพิษณุโลก ยังสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิมที่ตนเองโพสต์ภาพไป ลักษณะผอม สูงประมาณ 160 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม
ด้าน คุณแม่ อายุ 75 ปี ของผู้ก่อเหตุทำร้ายแม่ เล่าว่า เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตนเองได้ไปตรวจรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ตามหมอนัด เพราะปี 2554 ได้ตัดก้อนเนื้อและฉายแสง ซึ่งตนเองได้พบลูกที่โรงแรมแห่งหนึ่งแต่ว่าลูกส่งเสียงดัง ก่อความรำคราญแก่ลูกค้าท่านอื่น จึงย้ายไปโรงแรมอีกที่หนึ่ง
ด้วยความเป็นห่วงเห็นว่าลูกมีอาการไม่ค่อยจะดี เพราะมีอาการป่วยเฉพาะทางอยู่ แต่ไม่กินยาตามกำหนด พอเริ่มมีอาการ ตนเองได้เปิดประตูออกมา เพื่อจะกลับบ้าน ลูกจึงโมโหตามลงมาจากชั้นสามถึงชั้นหนึ่ง ดึงผมตน พร้อมทั้งกำชับไม่ให้ตนส่งเสียงดัง ถ้าดังจะโดนทำร้ายร่างกาย จึงพาเข้าไปในห้องที่เขาเปิดไว้ ก่อนยื้อหยุดฉุดกระชากพากันเข้าไปในห้องน้ำ และล้มลงไปด้วยกัน
ตนไม่ทราบว่าตัวเขาไปโดนกระแทกอะไร ทำให้เกิดหัวโน เขาจึงทุบตีแม่ ซึ่งระหว่างนั้น เขาได้พูดออกมาว่า เขาแค้นมาก ทำไมถึงไม่ให้ที่ดิน ที่บ้าน รถยนต์ สัญญาก็ไม่เป็นสัญญา แม่เป็นแม่ที่ไม่ดี ไม่สามารถดูแลเขาได้ หาว่าแม่ปากเสียทำให้คนทะเลาะกัน
พร้อมทั้งทุบตี เอาขวดแก้วมาตีที่ท้อง ใช้เท้ากระทืบท้อง เอายาของเขามาให้กิน ก่อนยกมือไหว้ว่าอย่าทำแม่เลย แม่ขอโทษ แม่เจ็บ แต่เขาก็ไม่หยุด แล้วเอามือมาบีบคอ แล้วเอาหมอนมาปิดจมูก ตนเองพยายามดิ้น ในเฮือกสุดท้ายชคิดว่าตนจะตายแล้ว ได้แต่สวดมนต์คิดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ โดยตนอยู่กับลูกนานนับสิบชั่วโมง ไม่สามารถหลบหนีออกมาได้เพราะว่าโทรศัพท์อยู่กับลูก
กระทั่งในวันที่ 22 พฤษภาคม ลูกเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ได้พูดคุยกับลูกขอไปร้านสะดวกซื้อ เพื่อที่จะไปซื้อของมาทำแผล เขาไม่ยอม ระหว่างที่ตนเองไปห้องน้ำก็พยายามมองหาทางหลบหนี จังหวะที่เขากำลังโทรศัพท์ อาศัยจังหวะเผลอ รีบหลบหนีวิ่งให้เร็วที่สุด พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือ มีผู้หญิง 2 คน กับผู้ชาย 1 คน ออกมาพบ ซึ่งเป็นพนง.และเจ้าของโรงแรม
โดยลูกสาวได้วิ่งตามมา เจ้าของโรงแรมได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวบอกว่าแม่ลื่นล้มในห้องน้ำ ตนกลัวเลยตอบไปว่าลื่นล้มในห้องน้ำเช่นกัน แต่เมื่อถูกรุมถามหลายคน ตนจึงพูดความจริงออกไปว่าถูกลูกสาวทำร้ายร่างกาย เพราะว่าเขาป่วยเฉพาะทางอยู่ จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย มีคนมาช่วยนำตัวพาส่งโรงพยาบาล เพื่อทำการรักษาอาการบาดเจ็บ ก่อนที่แพทย์จะให้กลับมาที่บ้านได้ดังกล่าว




