“มึงขำเหรอ” เปิดคำพูดแก๊งโจ๋ก่อนก่อเหตุแทงคนผิด

“มึงขำเหรอ” เปิดคำพูดแก๊งโจ๋ก่อนก่อเหตุแทงคนผิด

กลุ่มวัยรุ่นเล่าเหตุการณ์ในงานหมอลำก่อนเด็ก 17 ถูกแทงผิดตัวจนเสียชีวิต บอกดูหมอลำกันอยู่ดีๆ กลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาถาม “มึงขำเหรอ” ก่อนจะเกิดเหตุไล่ทำร้าย ทำให้กลุ่มที่ถูกไล่ 3 คนตัดสินใจหนีเข้าไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน จนกลายเป็นเหตุสลด

(4 พ.ย. 66) ความคืบหน้ากรณีน้องโม อายุ 17 ปี นักเรียนชายที่ไปนั่งเล่นที่บ้านน้าสาวของตนเอง แต่กลับเจอกลุ่มวัยรุ่นไล่ทำร้ายกันเข้ามาถึงที่บ้าน แล้วถูกแทงเพราะทางผู้ทำร้ายนึกว่าเป็นพวกเดียวกันกับคนที่ตนเองไล่กวดมา จนน้องโมเสียชีวิต เหตุเกิดที่ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ 

ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านสบาย ต.รุ่งระวี อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นจุดที่จัดงานหมอลำ และเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ พร้อมกับได้ไปสอบถาม นายพิม อายุ 49 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงานหมอลำในวันดังกล่าว โดย นายพิม เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 ต.ค. 66 ที่บ้านของตนได้จัดงานหมอลำจริง เป็นงานเล็กๆ จัดในพื้นที่เล็กๆกันเอง เป็นงานบุญอุทิศส่วนกุศล ให้กับ ยาย โดยระหว่างการจัดงานก็ไม่ได้มีเรื่อง หรือมีการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้นภายในงานแต่อย่างใด

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของน้องโม (ผู้เสียชีวิต) พบกับ นางกาญจนา อายุ 43 ปี และ นายสุทัศน์ อายุ 49 ปี แม่และพ่อของน้องโม เปิดเผยว่า ทุกวันนี้แม่ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากจะฝากถึงคนที่แทงน้องโม ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับผู้ที่ก่อเหตุ หรือ เกิดขึ้นกับครอบครัวตัวเองจะรู้สึกยังไง น้องโมถือว่าเป็นเสาหลักช่วยแม่ทำทุกอย่าง แต่ต้องมาเสียชีวิตแบบนี้ แม่ทำใจลำบาก ถ้าคนที่ก่อเหตุดูข่าวนี้อยู่ วอนคนที่ก่อเหตุให้มามอบตัวด้วย และอยากจะขอให้คนที่มีเบาะแส ให้ออกมาให้ข้อมูลกับตำรวจ เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับน้องโม และไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับใครอีก ซึ่งในวันนี้ทางตำรวจได้มีการเรียกแม่ไปเซ็นรับเอกสาร เพื่อไปยื่นขอเงินช่วยเหลือ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องคดีกับตนแต่อย่างใด ว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเข้าพูดคุยกับ 2 ใน 3 คน ที่ถูก 2 คนร้าย ไล่ตีมา โดยได้เปิดเผยว่า กลุ่มตนกับกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่รู้จักกันมาก่อน และไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน วันนั้นพวกตนได้ไปเที่ยวงานหมอลำที่บ้านสบาย กลุ่มผู้ก่อเหตุขับรถมาถาม “มึงขำหรอ” เพื่อนตนจึงตอบกลับว่าไม่ แล้วเพื่อนก็ได้ขอโทษกลุ่มที่ก่อเหตุไป

ตอนที่พวกตนจะกลับบ้าน กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ได้ขับรถไล่ตามมา จนมาถึงบ้านที่เกิดเหตุ พวกตนได้วิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือที่บ้านหลังที่น้องโมนั่งเล่น คิดว่าถ้ามีคนในบ้านกลุ่มผู้ก่อเหตุ คงไม่กล้าที่จะเข้ามาทำอะไร แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น พอผู้ก่อเหตุมาถึงบ้านที่เกิดเหตุก็วิ่งไล่เข้ามาในบ้านจนเกิดเหตุดังกล่าว ส่วนตนได้วิ่งหลบหนีไปทางอื่น เลยไม่เห็นเหตุการณ์ตอนที่คนร้ายแทง น้องโม มารู้ภายหลังว่าน้องโมโดนแทงเสียชีวิต ก็ตอนที่ตนวิ่งออกมาจากที่หลบ จนถึงขณะนี้ตนยังไม่รู้เลยว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร อยากให้ตำรวจเร่งจับตัวคนร้ายให้ได้เร็วๆเพราะตอนนี้พวกตนกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ไม่กล้าจะออกไปไหนมาไหนคนเดียวเลย

นายใยลักษ์ จันโท ผู้ใหญ่บ้านเขิน หมู่ 2 เปิดเผย่วา เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงเรื่องหนึ่งคือ เรื่องกล้องวงจรปิด พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอยากได้ภาพหรือจะไปเอาภาพเหตุการณ์ ในจุดต่างๆก็มักจะถูกอ้างว่ากล้องเสียบ้าง กล้องดูภาพไม่ได้บ้าง กล้องใช้ไม่ได้บ้าง ไม่สามารถจับภาพเหตุการณ์หรือตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีไม่ได้อะไรแบบนี้ จึงอยากให้หน่วยต่างๆที่อาจจะมีงบประมาณ ก็อยากให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องกล้องวงจรปิดในหมู่บ้านด้วย

ด้าน พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า รอง ผบก.ภ.จว.ศก. รักษาการแทน ผกก.สภ.น้ำเกลี้ยง เปิดเผยว่า ตนได้ประกาศถึงพลเมืองดี ใครชี้เบาะแสคนก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงผู้อื่นที่บ้านเขิน อ.น้ำเกลี้ยง ได้ตนจะมอบสินน้ำใจเป็นเงินสดส่วนตัว จำนวน 10,000 บาท ให้ทันที โดยสามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่เบอร์โทรศัพท์ตน หมายเลข 08-1804-2005 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเปิดเผยชื่อผู้ชี้เบาะแส และจะปิดเป็นความลับ ขณะที่ด้านของการสืบสวนได้จัดกำลังลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้ายแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง