ผู้ค้าเนื้อหมูร้อง โดนตุ๋นสูญรวม 30 ล้านบาท

ข่าวเวิร์คพอยท์
ผู้ค้าเนื้อหมูร้อง โดนตุ๋นสูญรวม 30 ล้านบาท

ผู้ประกอบการค้าส่งเนื้อหมูร้องสื่อ เจอหลอกตุ๋น ทำทีสั่งซื้อเนื้อหมู 3 แสนบาท แต่จ่ายเงินไม่ครบ พบผู้เสียหายหลายราย ความเสียหายรวมขณะนี้อยู่ที่ 30 ล้านบาท

(29 ก.ค. 69) ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ ลงพื้นที่ จ.นครปฐม พูดคุยกับ น.ส.ธณัฐสิริ อายุ 36 ปี หรือ "คุณแอน" เจ้าของบริษัทจำหน่ายเนื้อหมูแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม 

.

คุณแอนเล่าว่า เหตุการณ์ของตนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีหญิงรายหนึ่งได้ติดต่อเข้ามาสั่งซื้อเนื้อหมูสด ในมูลค่ากว่า 300,000 บาท พร้อมยืนยันว่าจะชำระเงินเต็มจำนวนเมื่อรับสินค้า แต่เมื่อถึงวันส่งของ กลับจ่ายเงินสดเพียงครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 150,000 บาท พร้อมอ้างว่ายังนำสินค้าไปส่งให้ลูกค้าไม่ทัน และขอจ่ายส่วนที่เหลือในวันถัดไป

.

ด้วยเงื่อนไขของบริษัทที่ต้องได้รับเงินครบก่อนส่งมอบสินค้า คุณแอนจึงแจ้งว่าจะฝากสินค้าไว้ในห้องเย็น โดยใช้ชื่อบริษัทเป็นผู้ครอบครอง จนกว่าจะได้รับเงินครบ ซึ่งคู่กรณีก็ตกลงในตอนแรก ต่อมาหลังจากผู้เสียหายเดินทางกลับ ฝั่งคู่กรณีได้เปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองสินค้า ก่อนนำเนื้อหมูทั้งหมดออกจากห้องเย็น โดยที่บริษัทผู้เสียหายไม่ได้รับเงินส่วนที่เหลือ ทำให้คุณแอนเข้าแจ้งความ และเริ่มตรวจสอบข้อมูล จนพบว่ามีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน

.

คุณแอนระบุว่า จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า หญิงรายดังกล่าวจะติดต่อผู้ประกอบการผ่านข้อมูลที่ค้นหาได้ทางอินเทอร์เน็ต ก่อนสั่งซื้อสินค้าและจ่ายเงินเพียงบางส่วน เพื่อให้การซื้อขายดูเป็นธุรกรรมปกติ จากนั้นเมื่อได้รับสินค้าแล้วจะค้างชำระเงินส่วนที่เหลือ และตัดการติดต่อ

.

ปัจจุบัน คุณแอนรวบรวมผู้เสียหายได้เกือบ 30 คน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 30 ล้านบาท แบ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ประมาณ 17 ราย ส่วนใหญ่เป็นบริษัทค้าเนื้อหมูในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดนครราชสีมา นอกจากนี้ยังมีผู้ค้ารายย่อย ร้านค้า และฟาร์มเลี้ยงสุกรที่ทยอยติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

.

นอกจากนี้ ผู้เสียหายบางรายยังให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุมีทนายความส่วนตัวถึง 3 คน ซึ่งเมื่อคดีเดินทางไปถึงชั้นศาล และมีการตัดสิน ทางฝั่งผู้ถูกกล่าวหาจะให้ทนายจัดทำข้อตกลง โดยมีเงื่อนไขไม่ให้คู่กรณีนำเรื่องดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ หรือไปเป็นพยานในคดีอื่น ทำให้ผู้เสียหายส่วนใหญ่รู้สึกกังวล หลังได้ยินคำกล่าวอ้างดังกล่าว พร้อมมีผู้เสียหายบางรายยังให้ข้อมูลอีกว่าผู้ถูกกล่าวหามีญาติเป็นตำรวจและทนายความ ทำให้ผู้เสียหายหลายคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ รู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้าติดตามคดีต่อ

.

สำหรับแนวทางหลังจากนี้ กลุ่มผู้เสียหายอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารและหลักฐานทั้งหมด เพื่อเตรียมยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยหวังให้ตรวจสอบว่าคดีดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำเป็นขบวนการหรือไม่ พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย

.

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดข้างต้นเป็นคำให้สัมภาษณ์และข้อกล่าวอ้างจากฝั่งผู้เสียหาย ซึ่งผู้สื่อข่าวจะพยายามติดต่อผู้ถูกกล่าวหา เพื่อเปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมของตนเองต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง