"จ่าคิงส์" พาเข้าร้อง บก.ป. อ้างถูกตร. ยัดยาบ้า 150 เม็ด-รีดเงิน 1.7 แสน

ข่าวเวิร์คพอยท์
"จ่าคิงส์" พาเข้าร้อง บก.ป. อ้างถูกตร. ยัดยาบ้า 150 เม็ด-รีดเงิน 1.7 แสน

"จ่าคิงส์" พาเข้าร้อง บก.ป. อ้างถูกตร. ยัดยาบ้า 150 เม็ด-รีดเงิน 1.7 แสน หลานสาวรับมียา 13 เม็ดจริง แต่ลุงบริสุทธิ์

(26 มิ.ย. 69) “จ่าคิงส์ สะพานใหม่” พาผู้เสียหายเข้าร้องขอความเป็นธรรมที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กรุงเทพมหานคร หลังอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยัดข้อหายาเสพติด และเรียกรับเงินจำนวน 170,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือคดี

จากการสอบถาม นายประหยัด อายุ 62 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2567 ขณะกำลังขับรถกลับทุ่งนา เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบได้เข้ามาขอตรวจค้นรถยนต์และกระท่อมกลางนา โดยอ้างว่าได้รับข้อมูลจากสายลับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ภายหลังเข้าตรวจค้นอยู่นานหลายชั่วโมงกลับไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

นายประหยัดอ้างว่า ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ใส่กุญแจมือ ควบคุมตัว และใช้กำลังทำร้ายร่างกาย พร้อมกดดันให้รับสารภาพ ทั้งที่ยืนยันว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเย็น เจ้าหน้าที่อ้างว่าพบยาบ้าจำนวน 150 เม็ด ภายในรถยนต์ของตน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีการตรวจค้นหลายครั้งแล้วไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย โดยนายประหยัดยืนยันว่า ยาเสพติดดังกล่าวไม่ใช่ของตน และปฏิเสธที่จะจับของกลางเพื่อถ่ายภาพประกอบการจับกุม

ด้าน น.ส.ลักขณา อายุ 31 ปี หลานสาวของนายประหยัด ซึ่งอ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ซื้อยาบ้ามา 13 เม็ด และติดรถนายประหยัดไปยังกระท่อมกลางนาเพื่อไปหาสามีที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวจนถึงกระบวนการตรวจค้น จนพบยาบ้าจำนวน 13 เม็ดจากตัวเธอ และควบคุมตัวทั้งเธอและนายประหยัดไว้

น.ส.ลักขณา ระบุว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถและกระท่อมแล้วไม่พบยาเสพติดเพิ่มเติม แต่พบสลิปโอนเงินของนายประหยัด และเห็นว่ามีเงินอยู่ในบัญชีจำนวนหนึ่ง จากนั้นมีการพูดคุยในลักษณะว่า หากต้องการให้เรื่องจบ ให้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาให้ อย่างไรก็ตาม เมื่อนำเรื่องไปบอกนายประหยัด เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ยินยอม เพราะเห็นว่าตนไม่ได้กระทำผิด

น.ส.ลักขณา ยังอ้างอีกว่า ภายหลังถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูรถและร้องบอกว่า "เจอแล้ว" ก่อนนำยาบ้าออกมาจากกระเป๋าคาดหน้าอกภายในรถ ทำให้เธอเกิดข้อสงสัยว่าของกลางดังกล่าวอาจไม่ได้อยู่ในรถตั้งแต่แรก เนื่องจากก่อนหน้านั้นมีการตรวจค้นหลายรอบแล้ว

ขณะที่นายประหยัด ระบุว่า ระหว่างถูกควบคุมตัว มีการติดต่อให้จ่ายเงินจำนวน 170,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือคดี แต่ตนไม่ยินยอม กระทั่งต่อมาถูกพาไปถอนเงินและโอนเข้าบัญชีบุคคลหนึ่ง โดยได้รับคำชี้แจงว่าเป็นการนำเงินไปตรวจสอบที่มา เนื่องจากสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติด

ต่อมา สำนักงาน ป.ป.ส. ได้อายัดเงินจำนวน 170,000 บาทดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะที่นายประหยัดยืนยันว่า เงินทั้งหมดเป็นรายได้จากการทำเกษตรกรรม รวมถึงเงินที่ครอบครัวส่งมาให้ใช้จ่าย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด

ด้าน น.ส.ชณาญ์กานญ์ ผอ.ข่าว mbb TV New (ออนไลน์) ผู้ช่วยติดตามคดี เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา ได้พานายประหยัดร้องเรียนต่อหลายหน่วยงานเพื่อขอความเป็นธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงแรกมีการแจ้งเพียงว่าจะนำเงินไปตรวจสอบที่มา แต่ภายหลังกลับมีการระบุว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ใช้ซื้อยาเสพติด

ปัจจุบัน คดีครอบครองยาเสพติดของนายประหยัด ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยืนยันว่ากำลังต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงขอให้คืนเงินจำนวน 170,000 บาท หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยสุจริต

ด้าน จ่าคิงส์ สะพานใหม่ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับทราบ น.ส.ลักขณา ยอมรับว่าตนเองมียาบ้าไว้ในครอบครองจำนวน 13 เม็ดจริง และพร้อมรับผิดในส่วนที่ตนกระทำ แต่ยืนยันว่าลุงประหยัดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดดังกล่าว ซึ่งตนจะเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว โดยหากผลการตรวจสอบพบว่าผู้ร้องไม่ได้กระทำผิด ก็ขอให้คืนความเป็นธรรมและคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ แต่หากพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐรายใดกระทำผิดจริง ก็ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง