ยึดไม้ประดู่ยักษ์

ฝนตกหนัก ลักลอบตัดกลางป่าสงวนแห่งชาติ มูลค่ากว่าครึ่งล้านบาท เตรียมส่งออกจีน
วันที่ 16 กันยายน 2566 นายมรกต อินทรภู่ ผอ.สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วย กอ.รมน.อุตรดิตถ์,0omจนท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ตชด.317 ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังรับแจ้งมีขบวนการลักลอบตัดไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด(พื้นที่เตรียมผนวกเข้ากับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำปาด) ต.นาขุม อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์
เมื่อไปถึง พบไม้ประดู่ถูกตัดเป็นท่อนความยาวท่อนละ 13 เมตร ถูกขนออกจากป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ออกมาวางตามไหล่ทางหลังหมู่บ้านโพนหญ้า หมู่ 7 ต.นาขุม จำนวน 6 ท่อน คาดไม้ถูกลากออกจากป่าด้วยรถไถ่เนื่องจากพบร่องรอย เตรียมขนย้ายออกนอกพื้นที่

จากนั้น จนท.ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าลักษณะเป็นหุบเขาและร่องลำห้วย พบต้นไม้ที่ถูกตัดเหลือเพียงตอจำนวน 3 ต้น แต่ละต้นมีความโตกว่า 300 ซม.ตรวจสอบโดยรอบยังพบไม้อีก 4 ท่อน ไม้ทั้งหมดไม่มีร่องรอยว่า ได้ผ่านการใช้ประกอบเป็นสิ่งปลูกสร้าง หรือเครื่องใช้อย่างอื่นมาก่อน ไม่มีรูปรอยดวงตราของทางรัฐบาลตีประทับไว้ว่าเป็นการอนุญาตแต่อย่างใด จึงทำการตรวจยึดไม้ประดู่ 10 ท่อน พร้อมติดตามขบวนการลักลอบตัดไม้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยต้องใช้รถเครนยกท่อนไม้และบรรทุกออกจากป่า ด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีฝนตก
นายมรกต กล่าวโดยเชื่อว่า มีการทำเป็นขบวนการและมีความชำนาญในเส้นทาง ฉวยโอกาสช่วงฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน เข้าลักลอบตัดไม้ประดู่ขนาดใหญ่ ตรวจสอบจากท่อน และ ตอ มีความโตกว่า 300 ซม. และเป็นไม้สด ไม่ใช่ยืนต้นตายแต่อย่างใด เบื้องต้นมูลค่ากว่า 530,000 บาท หากส่งขายในประเทศ กก.ละ 400 บาท ท่อนมีน้ำหนักกว่า 2 ตัน หากส่งขายต่างประเทศ ซึ่งจีนมีความต้องการสูงมูลค่าจะเพิ่มอีกหลายเท่าตัว

ขบวนการลักลอบได้ขนย้ายท่อนไม้ออกจากป่าโดยใช้รถไถลาก ลำเลียงมาไว้ไหล่ทาง ซึ่งยังขนย้ายไม่แล้วเสร็จ จนท.หน่วยพิทักษ์ป่า (ชั่วคราว) น้ำพาย และ จนท.หน่วยพิทักษ์ป่าปากห้วยนา ร่วมกันออกลาดตระเวนตรวจสอบเพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้มีค่า ได้มาพบก่อน การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฎหมายและจะรวบรวมเอกสารหลักฐาน สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




