แก๊งคอลเซ็นเตอร์เหิมเกริม! ยกระดับอาชญากรรม มันจะมากไปแล้ว

แก๊งคอลเซ็นเตอร์เหิมเกริม! ยกระดับอาชญากรรม มันจะมากไปแล้ว แนะ ไม่ต้องเสียเวลาคุย จำไว้ว่า ตร.ไทยไม่ได้ขยันหรือว่างงานขนาดจะสอบสวนผ่านออนไลน์ได้ ถ้าเป็นคดีจริง
(24 พ.ย. 66) น้องที่รู้จักมาปรึกษาว่าถูกแกงค์คอลเซนเตอร์หลอกให้โอนเงินไป 10,000 บาท ซึ่งปกติการหลอกลวงขั้นพื้นฐานจะโทรมาและใช้กลวิธีต่างๆสร้างความหวาดกลัวให้ผู้เสียหายโอนเงิน ถ้าเราเจอเราจะบอกว่า ส่งหมายมาค่ะ ไม่กลัว เด๋วตั้งทนายสู้
แต่เคสนี้! มันมามุกใหม่ฉลาดกว่าเดิม
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปลอมเอกสารทางราชการ ทั้งหมายศาล เอกสารบังคับคดี บุ๊กแบงก์ธนาคาร โดยการใช้วิธีตัดต่อชื่อผู้เสียหายไปแปะในเอกสารอย่างแนบเนียน คือถ้าไม่ขยายรูปดูแทบไม่ออก แต่พอขยาย ชัดว่า มันตัดต่อ ทำเป็นขบวนการ ปลอมยันหมายศาล และแอบอ้างเเอาข้อมูลคนร้ายที่ทางตำรวจได้กำลังติดตามตัวเพราะหลบหนีเอาหน้าคนร้ายมาข่มขู่ว่าผู้เสียหายรู้จักแล้วปิดเกมเร็วสร้างความหวาดกลัว ตบด้วยเอกสารเท็จ จนผู้เสียกายตกใจต้องโอนเงิน ชั่วช้าสามานย์มาก
ขั้นตอนการหลอก มีดังนี้
1. มีคนโทรมาอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยและแจ้งว่าเราทำการเปิดบัญชีที่โคราช ซึ่งเราไม่ได้เคยเปิดและไม่เคยไปจังหวัดนั้นเลย จึงให้เราไปแจ้งความภายใน 2 ชั่วโมงที่สถานีตำรวจโคราช หากไม่สะดวกจะโอนสายให้เจ้าหน้าที่รับเรื่อง
2. แก๊งคอลเซ็นเตอร์โอนสาย มีเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นตำรวจสภ.เมืองนครราชสีมารับสาย บอกจะคุยใน LINE ให้แอดไลน์และขอคุยแบบเปิดกล้องเพื่อยืนยันตัวตนโดยอ้างว่าจะไปตรวจสอบที่ธนาคารว่าเป็นตัวเราไปเองหรือไม่ ซึ่งแอบอ้างว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฟอกเงินมูลค่า 14 ล้านบาท
3.ผู้เสียหายแอดไลน์แก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้วเป็นตำรวจปลอม มันส่งภาพสมุดบัญชีธนาคารที่มีชื่อของผู้เสียหาย และสำนวนคดีและหนังสือทางราชการที่มีชื่อผู้เสียหายในลักษณะของผู้ต้องหา ผ่านไลน์ จนทำให้ผู้เสียหายรู้สึกกังวลและเครียดแล้วตำรวจปลอม พูดจาข่มขู่ว่าจะตรวจสอบการเดินบัญชีทุกบัญชี และ''ขอโอนเงินไปพักไว้ในบัญชีกลาง พร้อมกับหลอกถามข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเช่น บ้านเลขที่ที่อาศัยในปัจจุบัน และ เลขสี่ตัวท้ายของบัญชีธนาคาร และโทรศัพท์มือถือว่าใช้ประเภทอะไร
4. ผู้เสียหายโอนเงินไป เป็นชื่อบุคคล ชื่อนายกฤษณะ เนียมนุช ซึ่งคาดเป็นบัญชีม้า จากนั้นมันหายจากการติดต่อไปทันที
จะเห็นได้ว่า ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์มันยกระดับการหลอกลวงด้วยการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ ทั้งศาล ตำรวจ และใบบังคับคดี และมันมีข้อมูลเบื้องต้นผู้เสียหายทุกราย
คราวนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก.ดีอีเอส บก.สอท.ทำอะไรอยู่ค่ะ ตอนนี้พวกคุณทำงานตามหลังมัน ให้มันเอาเอกสารราชการไปทำใหม่ แถมอ้างอิงข้อมูลคนร้ายตัวจริงจากสตช. มีแหล่งข้อมูลอ้างอิงด้วย
สุดท้ายอยากบอกทุกคนว่าถ้าพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรจะโอนสายอ้างสารพัดว่าคุณมีคดี บอกไปเลยว่า ส่งหมายมา อย่าไปคุยกับมัน จำไว้ว่า ตร.ไทยไม่ได้ขยันหรือว่างงานขนาดจะสอบสวนผ่านออนไลน์ได้ ถ้าเป็นคดีจริง เขาก็ทำออนไลน์ไม่ได้มันมีระเบียบ เราต้องนัดวันไปหาที่สภ.ที่ถูกหมายเรียก เท่านั้น
ถ้ามันโอนสายไปนู้นนี่นั่น มีคนแต่งตำรวจอย่าไปกลัว มันคือของปลอมค่ะ




