เพื่อนสาวแจงไม่ใช่กิ๊ก ต้นเหตุเขยโหดยิงยกครัว

เพื่อนสาวของผู้ต้องหาแจงไม่ใช่กิ๊กหรือชู้ เป็นแค่เพื่อนสมัยเด็ก ไม่เกี่ยวข้องกรณีเขยโหดลากปืนอัดลมยิงยกครัวเจ็บ 5 ราย
(10 ม.ค. 67) จากกรณีของนายปิยณัฐ อายุ 37 ปี ชาวบ้านต.หนองเรือ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ก่อเหตุใช้ปืนอัดลมบุกเข้าไปยิงครอบครัวของภรรยา ประกอบด้วยตัวนางยุภาวดี อายุ 39 ปี ภรรยาผู้ก่อเหตุ นายประสิทธิ์อายุ 73 ปี นางบัวลอยอายุ 72 ปี พ่อตาและแม่ยายผู้ก่อเหตุ และนางนิตา อายุ 40 ปี ป้าของภรรยา ขณะที่นายปิยณัฐผู้ก่อเหตุเองก็ถูกทำร้ายกลับจนได้รับบาดเจ็บจมกองเลือด รวมบาดเจ็บทั้งหมด 5 ราย มี 2 รายคือนายปิยณัฐ และนางนิตาที่อาการสาหัส โดยนายปิยณัฐอาการหนักสุด ส่วนอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บไม่มาก
โดยที่มีการเล่าลือกันในหมู่บ้านว่า ชนวนเหตุในการก่อเหตุ มาจากที่นายปิยณัฐไปติดพันหญิงสาวคนหนึ่ง แล้วมาขอภรรยาว่าจะขอคบหาอยู่กินกับผู้หญิงคนดังกล่าวด้วย แต่ภรรยาไม่ยินยอม นายปิยณัฐจึงโมโหและก่อเหตุ
ผู้สื่อข่าวลงติดตามเรื่องนี้ เมื่อสอบถามกับย่าของนายปิยณัฐ ก็ปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องที่หลานชายติดพันผู้หญิงอีกคน รวมถึงเรื่องที่หลานจะหย่ากับหลานสะใภ้ก็ไม่ทราบ ได้ยินเพียงแต่ที่ชาวบ้านพูดต่อๆ กันมา แต่ที่ผ่านมาหลานเป็นคนที่มีอุปนิสัยดื้อรั้น
ขณะที่ชาวบ้านรายหนึ่งบอกว่าชีวิตคู่ของนายปิยณัฐและภรรยาระหองระแหงกันมาตลอด ที่ผ่านมาอยู่ด้วยกันมา 10 ปี มีลูก 3 คน บางครั้งเมื่อทะเลาะกัน ฝ่ายหญิงก็จะกลับไปอยู่บ้านเดิม ก่อนที่นายปิยณัฐจะตามไปง้อและพาตัวภรรยากลับมา เรื่องที่นายปิยณัฐต้องการมีภรรยาอีกคน ก็ไปคุยกันที่บ้านกำนัน โดยนายปิยณัฐไม่ฟังใครทั้งสิ้น
ทางด้าน น.ส.แก้ว(นามสมมติ) อายุ 38 ปี หญิงที่ถูกกล่าวหาพาดพิงว่าเป็นมือที่ 3 ชนวนเหตุ ก็บอกกับผู้สื่อข่าวว่าตนไม่รู้เรื่องด้วย ไม่ได้เป็นชู้หรือเป็นกิ๊กกับนายปิยณัฐ เป็นเพียงแค่เพื่อนในวัยเด็กเท่านั้น นายปิยณัฐเองก็ไม่เคยมาบอกชอบตน
ก่อนหน้านี้ภรรยาของนายปิณัฐเคยโทรมาด่าทอตน หาว่าตนไปยุ่งกับสามีเขาโดยที่ตนก็ไม่รู้เรื่องด้วย เข้าใจว่าทางภรรยาของเพื่อนคงระแวง เพราะที่นาที่นายปิยณัฐไปเกี่ยวข้าวนั้นอยู่ใกล้กันกับของตน
ส่วนวันที่ไปตกลงกันที่บ้านของกำนัน เรื่องที่เกิดขึ้นคือนายปิยณัฐกับภรรยาตีกันมาตั้งแต่ที่บ้าน ก่อนที่จะมาถึงบ้านของตนที่อยู่ห่างออกมาราว 1 กิโลเมตร ทั้งคู่ตีกันจนเข้ามาที่ห้องนอนของตน ตนจึงไปแจ้งกำนันให้จัดการ แต่คุยกันไปมากลายเป็นทางนั้นหาว่าตนเป็นชู้กับนายปิยณัฐ จะไปแย่งสามีของเขา ตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงสรุปกันแบบนี้
ตนยืนยันว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนายปิยณัฐแน่นอน นายปิยณัฐอยู่และทำงานกับภรรยาและไม่มีโทรศัพท์มือถือที่จะติดต่อกัน ส่วนตนทำงานในตัวอำเภอ ยืนยันไม่เคยคุยไม่เคยจีบกันตามข่าวที่ออกไปแน่นอน




