จี้ตรวจสอบ 'เพลิงไหม้มาบตาพุด' หลังเกิดเหตุซ้ำซาก

ประธานเครือข่ายฯภาคปชช. จี้เร่งรัดสอบสวนและเปิดเผยสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเหตุไฟไหม้ให้กระจ่าง หลังเกิดเหตุซ้ำแล้วถึง 3 ครั้ง
วันที่ 10 พ.ค. 67 ที่สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์เหตุถังเก็บสารซีไนท์พลัส(C9+) ของ บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ระเบิดและมีเพลิงไหม้ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 5 ราย เหตุเกิดวานนี้ (9 พ.ค.67)

ทั้งนี้มีนายสุรินทร์ สินรัตน์ ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน จ.ระยอง ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ รมว.อุตสาหกรรม ใช้อำนาจเร่งรัดสอบสวน และเปิดเผยสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเหตุไฟไหม้ทุกครั้งให้กระจ่าง หลังเกิดเหตุแล้ว 3 ครั้ง และขอให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบตลอดถึงมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำและการเยียวยาประชาชนที่อพยพโดยด่วน โดยบริษัทมาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ไม่เคยชี้แจงที่แท้จริงให้ประชาชน เพื่อสร้างมาตรการป้องกันไมให้เกิดซ้ำ และไม่เคยเหลียวแลประชาชนที่ต้องอพยพอย่างเป็นรูปธรรม จนขาดความเชื่อมั่นการบริหารจัดการของภาคอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้อยู่ในเขตควบคุมมลพิษ ก็ยังปล่อยให้เกิดเหตุซ้ำซากเกิดขึ้นอีก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มตัวแทนชาวบ้านชุมชนตา-กวน มายื่นหนังสือเรียกร้อง

น.ส.พิมพ์ภัทรา ได้เปิดเผยหลังประชุมว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษประชาชนรายรอบและชาวระยอง และขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือสามารถทำได้ตามมาตรการที่วางไว้ คือ การคืนพื้นที่ได้เร็วที่สุด
เรื่องที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของประชาชนที่ประสบภัย รวมถึงผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทางบริษัท พร้อมเยียวยา และช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งจะมี กนอ.และ จังหวัดพร้อมช่วยเหลือ ส่วนเรื่องของวิธีการจัดการ คงจะต้องใช้เวลา ว่าเกิดจากสาเหตุใด จึงต้องให้เวลาในการทำงาน เพื่อให้ผลที่ชัดเจน การเกิดเหตุซ้ำซาก ต้องมีการเข้มงวดกับมาตรการหรือทบทวนแผนป้องกันเหตุต่อไป ทั้งนี้จากการตรวจสอบพื้นที่หลังเพลิงสงบ ไฟได้ไหม้ถังสารโซลีนไปเพียง1ถังเท่านั้น โดยขณะทีมงาน NPC ยังคงมีเจ้าหน้าที่แสตนบายอยู่ ทั้งการใช้โดรนตรวจจับความร้อน และมีการฉีดน้ำหล่อเย็นไว้ตลอด

และได้สอบถามถึงผู้เสียชีวิต ซึ่งทราบว่า บ้านเกิดอยู่ จ.เชียงราย ภรรยาทำงานอยู่ในห้างสรรพสินค้ามีบุตรด้วยกัน1คน จึงย้ำให้เยียวยาอย่างเต็มที่ กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งทางผู้บริหารก็ยืนยันจะช่วยเหลือครอบครัว พร้อมส่งลูกเรียนจนจบระดับปริญญาตรี
ด้านนายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปูนใหญ่(SCC)ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ว่า ขณะเกิดเหตุได้มีพนักงานจำนวน 4 คน ขึ้นไปตรวจระดับของสารภายในถัง ไม่ใช่การขึ้นไปปิดวาล์วถังตามที่มีกระแสข่าว แต่ยังไงทางบริษัทก็ขอรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น และเสียใจ ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ คงจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ส่วนเรื่องประกันอัคคีภัยได้ทำไว้หลายบริษัท ซึ่งประกันอัคคีภัยต้องมาตรวจสอบที่เกิดเหตุก่อน ส่วนเรื่องเงินเยียวยาบริษัทบริษัทก็จะช่วยเหลือเต็มที่
ต่อมา รมว.อุตสาหกรรม ได้เดินทางไปดูถังเก็บสารเคมีที่ระเบิดจุดเกิดเหตุ และไปเยี่ยมพี่น้อง ปชช.เดินทางมาตรวจสุขภาพ ที่ศาลาชุมชนตา-กวน ซึ่งมีประชาชนที่เกิดอาการเจ็บป่วยได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ดังกล่าว เช่นเคืองตา หายใจติดขัด มีผื่น ได้พากันเข้ารับการตรวจรักษาจากทีมแพทย์และพยาบาลที่คอยให้บริการ อยู่ที่ศูนย์ตรวจสุขภาพแห่งนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :




