รวบแล้วแม่เสือสาวบุกเดี่ยวจี้ชิงทองกลางห้างท่ายาง

รวบแล้วแม่เสือสาวบุกเดี่ยวจี้ชิงทองกลางห้างท่ายาง หลังก่อเหตุซื้อน้ำมันมาราดจุดไฟเผาเสื้อผ้าเพื่อทำลายหลักฐานแต่กลับลุกลามไหม้ขาตัวเองได้รับบาดเจ็บ สารภาพทำไปเพราะประชดผัว
จากกรณีเมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ได้มีคนร้ายเป็นหญิงสาวลักษณะรูปร่างผอมสูงแต่งกายใส่กางเกงวอร์มสีดำแถบขาว สวมเสื้อคลุมแบบมีฮู้ดสีดำ สวมหมวกแก้ปและคาดแมสก์สีดำ สวมรองเท้าฟองน้ำแบบรัดส้นเท้า ใช้ผ้าคลุมคล้ายอาวุธปืนอยู่ในมือ บุกเดี่ยวเข้าไปก่อเหตุจี้พนักงาน แล้วกระโดดข้ามเคาน์เตอร์ ภายในร้านทองตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าท่ายาง แล้วรื้อค้นหวังชิงทอง แต่โชคไม่เข้าข้างเพราะก่อนหน้านั้นพนักงานทั้ง 5 คนได้ช่วยกันเก็บทองใส่ตู้เซฟเพื่อเตรียมจะปิดร้าน พอคนร้ายรู้ว่าไม่ได้ทองแน่ เลยวิ่งหลบหนีออกไปทางถนนเพชรเกษม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : โจรหญิงถือปืนบุกเดี่ยว พยายามจี้ชิงทองในห้าง สุดท้ายคว้าน้ำเหลว
ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่ายาง สืบทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ น.ส.เดือนเด่น อายุ 30 ปี หลังก่อเหตุได้เดินออกมาจากห้างแล้วมาโผล่ริมถนนเพชรเกษม จากนั้นได้ถอดเสื้อคลุมสีดำออกยัดใส่กระเป๋าสีฟ้า จากนั้นได้เดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามเพื่อไปที่รถกระบะของตนเองที่จอดไว้บริเวณทางเข้าหมู่บ้านหนองสัก แล้วขับขี่ไปตามถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ และไปเช่าอพาร์ตเม้นต์ แห่งหนึ่งเขตนนทบุรี อยู่กับนายบี นามสมมุติ ผู้เป็นสามี ซึ่งมีอาชีพค้าขาย
(22 ธ.ค. 66) คืบหน้าพ.ต.ท.อรรถพงษ์ นกขุนทอง รอง ผกก.สส.สภ.ท่ายาง พร้อมกำลังได้นำหมายค้นและหมายจับ เพื่อจับกุมตัว น.ส.เด่นดวง แต่เมื่อไปถึงลานจอดรถ ได้พบกับนายบี สามีของ น.ส.เด่นเดือน กำลังขับขี่รถกระบะคันที่ภรรยาขับขี่ไปก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้าง เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อเจรจาขอตรวจสอบรถกระบะที่มีหมายเลขทะเบียนตรงกับคนที่ก่อเหตุ แต่นายบีกลับวิ่งหลบหนีแล้วตะโกนเรียก น.ส.เด่นดวง ที่กำลังอาศัยอยู่ในห้องเช่า ให้รู้ตัวว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาหา เจ้าหน้าที่จึงเกรงว่า น.ส.เด่นดวง จะหลบหนี จึงรีบวิ่งไปควบคุมตัว น.ส.บี ได้ในห้อง ซึ่งอยู่ในสภาพขาทั้งสองข้างถูกพันด้วยผ้าก๊อต ไม่สามารถที่จะวิ่งหลบหนีได้
สอบสวน น.ส.เด่นดวง รับสารภาพว่าตนเองเป็นคนลงมือก่อเหตุจริง โดยช่วงเช้าตรู่ในที่14 ธันวาคม 2566 ตนเกิดมีปากเสียงด้วยเรื่องภาระค่าใช้จ่ายกับนายบีสามีอย่างหนัก จนตนตัดสินใจขับขี่รถกระบะออกจากอพาร์ตเม้นต์ โดยนุ่งเพียงกางเกงรำรองขาสั้น และเสื้อยืดกีฬาสีชมพู ติดยี่ห้ออาดิดาสอยู่ด้านหน้า แล้วขับรถไปด้วยครุ่นคิดไปด้วยกระทั่งมีความคิดว่า อยากจะก่อเหตุประชดสามี ตนจึงเข้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเขตสายใต้ กทม. เพื่อซื้อกางเกงวอร์มแบบมีแถบ ,เสื้อคลุมแบบมีฮู้ดสีดำ หมวกแก้ปสีดำ รองเท้าสีดำแบบรัดส้น ,แมสสีดำ และปืนปลอมสำหรับเด็กเล่น
จากนั้นได้ขับขี่รถมุ่งหน้าไปทางจังหวัดราชบุรี เพื่อตัดสินใจชิงทรัพย์ร้านทอง แต่ด้วยร้านทองมีผู้คนพลุกพร่าน จึงขับขี่รถไปที่เขตอำเภอท่ายางจังหวัดเพชรบุรี และขับตระเวนจนรอบห้าง กระทั่งจอดรถอยู่ริมถนนด้านหลังห้างเพื่ออาศัยหลับ กระทั่งรุ่งเช้าวันที่ 15 ธันวาคม ตนได้ตระเวนดูเส้นทางโดยรอบของห้าง และเห็นว่าไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน จนเวลา19.30 น.
ตนได้สวมชุดสีดำที่ซื้อเตรียมมาสวมใส่ทับกับชุดรำรองที่ตนเองสวมใส่อยู่ จากนั้นได้ขับรถมาจอดบริเวณศาลาริมทางหน้าทางเข้าหมู่บ้านหนองสัก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าแล้วสะพายกระเป๋าสีฟ้าเดินข้ามถนนเข้าไปในห้าง แล้วฉวยโอกาส เดินถือปืนโดยมีผ้าสีฟ้าคลุมเอาไว้ ไปที่เคาน์เตอร์ห้างทองเยาวราชสาขาโลตัสท่ายาง ซึ่งขณะนั้นมีพนักงาน 4-5 คน กำลังชุลมุนกับการเก็บทองใส่ตู้เซฟ
ตนจึงใช้ปืนปลอมขู่ทำให้พนักงานตกใจรีบมุดลงไปใต้เคาน์เตอร์ ตนจึงปีนข้ามเข้าไปเพื่อค้นหาทองแต่ไม่พบแม้แต่สักเส้นเดียว จึงตัดสินใจเดินออกมาริมถนนเพชรเกษม ทั้งๆที่ไม่ได้ทองติดมือมาสักเส้นเดียว ฝ่าความมืดแล้วถอดเสื้อคลุมและกางเกงใส่กระเป๋าสะพายแล้วเดินข้ามถนนมาขับขี่รถกระบะหลบหนีเข้า กทม.และขอค้างคืนกับพี่สาวที่อพาร์ตเม้นต์1คืน หลังพี่สาวออกไปทำงานทิ้งให้ตนอาศัยอยู่ในห้องเพียงคนเดียว ขณะที่ตนกำลังพักผ่อนได้สังเกตเห็นเปลวเพลิงกำลังรุกไหม้ ตนจึงฝ่าเปลวเพลิงเพื่อเอาตัวรอด แต่เปลวเพลิงได้รุกไหม้ขาทั้งสองข้างจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว




