รวบอภิมหาเศรษฐี ตุ๋นนักธุรกิจอัญมณี 22 ล้าน

รวบชายวัย 57 ปี อ้างเป็นนักลงทุนระดับแสนล้าน หลอกตุ๋นนักธุรกิจอัญมณี 22 ล้านบาท ก่อนหนีออกนอกประเทศ แล้วไปก่อเหตุซ้ำจนติดคุกที่แองโกลา พ้นโทษแล้วไม่เข็ดแอบกลับไทยระดมทุนสร้างรถไฟความเร็วสูง พร้อมขอพรรคการเมืองหนึ่งให้ช่วยเรื่องคดี
(8 ม.ค. 67) ตำรวจสอบสวนกลางจับกุมตัวนายรวิโรจน์ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ. ๗๙๔/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม” โดยจับกุมตัวได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา
โดยเมื่อปี 2558 นายรวิโรจน์พร้อมพวกได้เข้าไปตีสนิทกับนักธุรกิจอัญมณีรายหนึ่ง โดยอ้างว่าตนเองเป็นกลุ่มนายทุนเจ้าของบริษัทการเงิน ต้องการลงทุนในอุตสาหกรรมอัญมณี 1,000 ล้านบาท พร้อมทั้งโชว์เอกสารว่าบริษัทของตนมีทรัพย์ตีเป็นเงินไทยแล้วมูลค่า ประมาณ 2 แสนล้านบาท
โดยก่อนที่ผู้เสียหายจะได้รับเงินสนับสนุนจำนวนดังกล่าว เสียหายจะต้องจ่ายเงินค่าดำเนินการและค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการนำเงินเข้ามาในประเทศไทยให้กับกลุ่มผู้ต้องหาก่อน ซึ่งในห้วงนั้นผู้ต้องหาได้มีการปลอมหนังสือค้ำประกันของธนาคาร HSBC (The Hongkong and Shanghai Bank) สาขานิวยอร์ก นำมาแสดงให้ผู้เสียหายเห็นว่า กลุ่มผู้ต้องหามีเงินในบัญชีอยู่จริง ปรากฏยอดเงินเป็นจำนวน 8.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ภายหลังผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินค่าดำเนินการต่างๆ รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 22.4 ล้านบาท ไปให้กับกลุ่มผู้ต้องหา และต่อมาเมื่อถึงกำหนดนัดจ่ายเงินทุนสนับสนุนดังกล่าว ผู้ต้องหากลับไม่จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้ พร้อมกับบ่ายเบี่ยง และหลบหนีไปในที่สุด ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกหลอก จึงได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาและพวกตามกฎหมาย
หลังจากนั้นนายรวิโรจน์หนีออกนอกประเทศ ก่อนจะถูกจับกุมตัวและถูกตัดสินจำคุกที่ประเทศแองโกลา เนื่องจากก่อเหตุปลอมแปลงเอกสาร เพื่อหลอกลงทุนกับบริษัทเอกชนและรัฐบาล หลังพ้นโทษ นายรวิโรจน์ได้หลบหนีกลับเข้าประเทศไทย ผ่านทางช่องทางธรรมชาติ
เมื่อกลับมาแล้วมีรายงานว่ามีผู้ต้องหาได้หลอกระดมคนให้นำเงินมาร่วมลงทุนในธุรกิจรถไฟความเร็วสูงที่ผู้ต้องหาจะสร้างขึ้นในประเทศไทย โดยผู้ที่สามารถระดมคนให้นำเงินมาร่วมลงทุนกับผู้ต้องหาได้ จะได้รับผลตอบเเทนเป็นเงินจำนวน 5-10 ล้านบาท
นอกจากนี้ทราบมาว่านายรวิโรจน์ เคยจัดประชุมร่วมกับนักการเมืองพรรคหนึ่ง ที่โรงแรมย่านเลียบทางด่วน โดยขอให้ทางพรรคการเมืองดังกล่าวช่วยเหลือเรื่องคดี แลกเปลี่ยนกับเงินสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงให้กับทางพรรค เพื่อช่วยให้ประชาชนมใีความชื่นชมศรัทธาในพรรคมากขึ้น
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบตามข้อเท็จจริงดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำกำลังเข้า ตรวจสอบที่โรงเเรมย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ โดยเมื่อพบนายรวีโรจน์ฯ จึงได้เข้าจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.๑ บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปจากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา




