7 กลยุทธ์ส่ง OPPO ขึ้นแถวหน้าสมาร์ทโฟนในจีน เส้นทางสู่ความสำเร็จมาจากอะไร?

7 กลยุทธ์ส่ง OPPO ครองใจผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในประเทศจีน ขึ้นแถวหน้าสมาร์ทโฟนระดับโลก

เขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น(Shenzhen Special Economic Zone: SSEZ) ประเทศจีน – Silicon Valley แห่งเอเชีย
1 ธ.ค. 66 หากพูดถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีน มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่ง OPPO บริษัทผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำ สามารถปรับตัวพัฒนาบทบาทสำคัญขององค์กรจนกลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของจีน ด้วยสูตรสำเร็จที่ไม่เหมือนใคร วันนี้ OPPO ใช้กลยุทธ์แบบไหนถึงสามารถขยับขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตและพัฒนาสมาร์ทโฟนที่มียอดขายอันดับ 1 ในจีน?

1.นวัตกรรมการออกแบบดีไซน์
OPPO สามารถตอบโจทย์รายละเอียดความต้องการของผู้ใช้ทุกรายละเอียดของสมาร์ทโฟนที่ลงตัว ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยโดดเด่นสวยงาม รองรับกับคนรุ่นใหม่ และใช้วัสดุมาตรฐานคุณภาพสูง

2.กล้องที่ทันสมัยและนวัตกรรมเทคโนโลยีการถ่ายภาพ
OPPO ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีกล้องที่นำเสนอประสบการณ์ถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมด้วยการใช้เทคโนโลยี AI ในการปรับแต่งรูปภาพ, ตัวเลือกการถ่ายภาพที่หลากหลาย ทำให้กลุ่มผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ในการถ่ายภาพที่ดีที่สุด และตัวเลนส์ให้ความละเอียดที่สูง ซึ่ง OPPO ยังได้จับมือกับ Hasselblad แบรนด์กล้องระดับตำนานสัญชาติสวีเดนที่ช่างภาพมืออาชีพให้การยอมรับ ในเรื่องของคุณภาพและความละเอียดของสีที่ทำให้ภาพถ่ายมีสีสันใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด

เขตอุตสาหกรรมตงกวน เมืองเซินเจิ้น
3.สร้างศูนย์ปฏิบัติการออกแบบและจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริง - OPPO Intelligent Imaging Lab
Intelligent Imaging Lab ของ OPPO เปิดขึ้นในปี 2021 ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน (ซิลิคอนวัลเลย์แห่งเอเชีย) ซึ่งถือเป็นแล็บที่ใหญ่ที่สุดของ OPPO มีห้องปฏิบัติการที่จัดให้มีสภาพแวดล้อมสมจริงสำหรับการทดสอบและอุปกรณ์ที่เป็นมืออาชีพมากขึ้นสำหรับทีมผลิตภัณฑ์ ช่วยให้พวกเขาพัฒนาและทดสอบความสามารถของกล้องสมาร์ทโฟนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทีมวิศวกรจะทำการทดสอบกล้องผ่านหุ่นยนต์อัจฉริยะ 4 ตัวในห้องปฏิบัติการที่พร้อมใช้งานตลอด 24 ชม. วิศวกรจัดตั้งจุดทดสอบมากกว่า 500 จุดสำหรับการทดสอบกล้อง เพียงแค่ต้องป้อนงานในระบบทดสอบล่วงหน้าเท่านั้น หุ่นยนต์ก็จะเดินไปรอบๆ ฉากเพื่อถ่ายรูปด้วยตัวเอง วิศวกรสามารถดูภาพถ่ายที่ถ่ายโดยหุ่นยนต์ในระบบคลาวด์ จากนั้นจึงทำการวิเคราะห์เพิ่มเติมได้




ในอนาคต OPPO Imaging Lab จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนามาตรฐานวัตถุประสงค์ของการทดสอบกล้องมือถือ ทำให้ความสมดุลของสี สไตล์ และอื่นๆ ทั้งหมดนับเป็นตัวบ่งชี้เชิงปริมาณทางเทคนิค เพื่อให้ความสามารถในการถ่ายภาพของผลิตภัณฑ์ในอนาคตของ OPPO มีการพัฒนาที่ดีขึ้นและกระบวนการทดสอบจะสอดคล้องกันมากขึ้น

4.พัฒนาและวิจัยเทคโนโลยี 5G ที่ล้ำหน้า
จุดแข็งของ OPPO คือการใช้เทคโนโลยี 5G ที่ล้ำหน้า ทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟน OPPO สามารถใช้ประโยชน์จากความเร็วในการเชื่อมต่อและการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วที่สุด
คุณภาพเสียงของการโทรศัพท์ที่คมชัด การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียร และการสลับเครือข่ายมือถือในประเทศต่างๆ เป็นไปอย่างลื่นไหล ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ผู้ใช้ OPPO คาดหวังจากสมาร์ทโฟนของตน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าฟีเจอร์เหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นฟีเจอร์พื้นฐานสำหรับสมาร์ทโฟนยุคใหม่ แต่ลักษณะพื้นฐานของฟีเจอร์เหล่านี้ ต้องใช้การลงทุนที่มหาศาลเพื่อมอบประสบการณ์ให้ผู้ใช้ขั้นสูงสุด

อัปเกรด OPPO Communication Lab ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอัตโนมัติและมีราคาแพงที่สุด มีห้องปฏิบัติการ Network Simulation ทีมวิศวกรสามารถตรวจสอบความสมบูรณ์ของสัญญาณที่ส่งและรับโดยอุปกรณ์ OPPO ในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่หลากหลาย อาทิ จำลองสถานการณ์การสื่อสารบนรถไฟความเร็วสูงที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว หรือในคอนเสิร์ตที่มีผู้คนจำนวนมาก เพื่อทดสอบว่าสมาร์ทโฟนของ OPPO จะส่งสัญญาณและรักษาการเชื่อมต่อที่ลื่นไหล หรือตอบสนองการสื่อสารการเชื่อมต่อระหว่างโครงข่ายเมื่อใช้งานในต่างประเทศ

นี่คือห้องปฏิบัติการ(Protocol) ใช้เพื่อสร้างเครือข่ายหลัก 4G และ 5G จำลองสามารถเลียนแบบเครือข่าย 4G และ 5G ของเมืองใดก็ได้ในโลก และให้บริการการสื่อสารสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่สูงสุดหลายล้านเครื่อง

ตึกปฎิบัติการศูนย์ข้อมูล OPPO AndesBrain (Binhaiwan Bay)

การเตรียมตัวก่อนเข้าชม the Surface Mount Technology (SMT) Workshop ศูนย์เทคโนโลยีการผลิตด้วยการวางอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ลงบนผิวงาน ที่ OPPO AndesBrain (Binhaiwan Bay)
5.ทุ่มทุนสร้างศูนย์ข้อมูล (DATA) ขนาดใหญ่
OPPO AndesBrain (Binhaiwan Bay) เป็นศูนย์ข้อมูลมูลค่าสูงที่สร้างขึ้นเองแห่งแรกของ OPPO
เหตุใด OPPO จึงลงทุนทรัพยากรมหาศาลในการสร้างศูนย์ข้อมูลของตัวเอง มี 3 ประการหลักๆ:
• ประการแรก - ColorOS (ระบบปฏิบัติการ Color OS เป็นระบบปฏิบัติการของทางค่ายมือถืออย่าง OPPO ที่สร้างขึ้นมาครอบทับระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ ของทาง Google อีกที) - ColorOS มีผู้ใช้งานรายเดือนเกิน 500 ล้านคนทั่วโลก ส่งผลให้มีความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มหาศาล และต้องมีประสิทธิภาพปลอดภัยสูงที่สุด
• ประการที่สอง - นักพัฒนาสามารถพัฒนาระบบบริการและฟีเจอร์ต่างๆได้ดีขึ้นผ่านแพลตฟอร์มการทดสอบบนคลาวด์เก็บข้อมูลของตัวเอง ซึ่งใช้จำลองการใช้สมาร์ทโฟนจริงบนเซิร์ฟเวอร์
• ประการที่สาม- ระบบปัญญาประดิษฐ์ AI จำเป็นต้องใช้พื้นที่ระบบ server ในการประมวลผลข้อมูลที่มีปริมาณมหาศาล

6.ห้องเซิร์ฟเวอร์ air-cooling มาตรฐานระดับโลก เป็นห้องเฉพาะสำหรับติดตั้งเซิร์ฟเวอร์กำลังสูง เพื่อจัดการกับความร้อนจำนวนมหาศาลที่เกิดจากเซิร์ฟเวอร์ OPPO ได้ติดตั้งห้องด้วยโซลูชั่นระบายความร้อนด้วยอากาศชั้นนำของอุตสาหกรรม มีการใช้งานระบบความร้อนทุกประเภทใน Data Center โดยเฉพาะระบบระบายความร้อนแบบ Liquid-immersion Cooling ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีระบายความร้อนที่ดีที่สุดได้มาตรฐานระดับโลก
ศูนย์ข้อมูลนี้เพิ่งเริ่มเปิดใช้งานไม่นาน เริ่มแรกสามารถรองรับเซิร์ฟเวอร์ได้เกือบ 10,000 เครื่อง ซึ่งในอนาคตจะรองรับการประมวลผลในระดับที่ใหญ่กว่ามากเพื่อรองรับการทำงานของสายธุรกิจต่างๆ ของ บริษัท OPPO และจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแบบครบวงจรสำหรับความปลอดภัยด้านข้อมูล การประมวลผลอัจฉริยะ และนวัตกรรมอัลกอริทึม

7.ห้อง OPPO XR Lab
บริษัท OPPO ก่อตั้ง XR Lab ในปี 2019 เพื่อสำรวจว่ามิติจริงและความเสมือนจริงสามารถนำมารวมกันเพื่อช่วยให้มนุษย์เข้าใจและมีส่วนร่วมกับโลกนี้ได้อย่างไร
OPPO ทุ่มพัฒนา Extended Reality (XR) - นวัตกรรมใหม่ที่ผสมผสานเทคโนโลยีเสมือนจริงที่มีทั้งหมดรวมเข้าด้วยกัน (VR, AR และ MR-Mixed Reality ) พาผู้ใช้งานเข้าไปอยู่ในภาพแวดล้อมเสมือนจริงบวกกับสภาพแวดล้อมดิจิทัลแบบ Real-Timeทำให้สามารถสัมผัสประสบการณ์ได้เหมือนในโลกจริง - ตรงกับหลักของการสร้าง "Metaverse"
อุปกรณ์ XR ของ OPPO ใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่มีความแม่นยำสูงโดยอัตโนมัติ เช่น ความคมชัดของแสง ขอบเขตการมองเห็น และความคลาดเคลื่อนของสี ปัจจัยอื่นๆ เช่น แสงรบกวน แสงโกสต์ และความสว่างยังได้รับการปรับให้เหมาะสมในห้องปฏิบัติการด้วย เพื่อให้ภาพ XR ปรากฏชัดเจนและสว่างไม่ว่าผู้ใช้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมใดก็ตาม
: ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาใน OPPO XR Lab นับตั้งแต่เปิดตัวห้องปฏิบัติการในปี 2019
ผลิตภัณฑ์แรก คือ OPPO AR Glass ในปี 2020 ตามมาด้วย OPPO AR Glass 2021, OPPO Air Glass รุ่นที่สอง และ OPPO MR Glass รุ่นแรกเปิดตัวในปี 2023




